ThaiChurch.org
ครอบครัวและการสมรส2026-07-16

ของขวัญที่ยังไม่ได้แกะ

อ.ทิโมธี เจนพัฒน
อ.ทิโมธี เจนพัฒน
ผู้ก่อตั้งพันธกิจ Thai Church Media
ของขวัญที่ยังไม่ได้แกะ

ภาพ: Riccardo Andolfo (unsplash)

สรุปสั้น

จุดประสงค์ของชีวิตไม่ใช่สิ่งที่ต้องค้นหา แต่เป็นของขวัญที่พระเจ้าเตรียมไว้ก่อนเราเกิด (เอเฟซัส 2:10) มันถูกใส่ไว้ในรูปของพรสวรรค์ ความสนใจ และเสียงเรียกในใจที่ไม่หายไปตามกาลเวลา การค้นพบมันเริ่มจากการก้าวเล็กๆ ทั้งๆ ที่ยังกลัว ไม่ใช่การรอจนพร้อมสมบูรณ์

ในเอเฟซัส 2:10 เปาโลเขียนว่า "เราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์ ที่ทรงสร้างขึ้นในพระเยซูคริสต์ เพื่อให้ประกอบการดี ซึ่งพระเจ้าได้ทรงดำริไว้ล่วงหน้าเพื่อให้เรากระทำ" อ่านช้าๆ อีกครั้งนะครับ — ทรงดำริไว้ล่วงหน้า

คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตทั้งชีวิตวิ่งหา "จุดประสงค์" เหมือนกับว่ามันเป็นสมบัติที่ซ่อนอยู่ในถ้ำไหนสักแห่ง ต้องผ่านการทดสอบ ต้องเก่ง ต้องประสบความสำเร็จก่อน ถึงจะปลดล็อกได้ แต่ข้อนี้บอกอะไรที่ตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง

พระเจ้าไม่ได้ให้คุณวิ่งหามัน พระองค์ เตรียมมันไว้ให้คุณก่อนคุณจะหายใจครั้งแรกด้วยซ้ำ จุดประสงค์ของคุณไม่ใช่ของที่ต้องไปหา มันเป็นของขวัญที่วางอยู่ตรงหน้าคุณตั้งแต่วันแรก — เพียงแต่คุณยังไม่ได้แกะ

แล้วทำไมคนส่วนใหญ่ถึงตายไปโดยไม่เคยแกะของขวัญในมือตัวเอง? ผมอยากชวนคุณนั่งกับคำถามนี้สัก 15 นาที

7 ความจริงเกี่ยวกับจุดประสงค์ที่พระเจ้าใส่ไว้ในตัวคุณ

  1. คุณไม่ได้เกิดมาโดยบังเอิญ — คุณถูกออกแบบมาเพื่ออะไรบางอย่าง

    • DNA ของคุณคือลายมือของพระเจ้า: ทุกอย่างเกี่ยวกับคุณ — สีตา รูปร่างหน้าตา เสียงหัวเราะ วิธีคิด แม้แต่สิ่งที่ทำให้คุณรำคาญ — ทุกอย่างถูกออกแบบ ไม่มีคำว่า "บังเอิญ" ในพจนานุกรมของพระเจ้า
    • ความรู้สึก "ฉันมาทำอะไรที่นี่" คือสัญญาณ ไม่ใช่ปัญหา: เวลาคุณนั่งเฉยๆ แล้วใจรู้สึกหนักๆ ว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านี้สิ — ความรู้สึกแบบนั้นไม่ใช่ความไม่พอใจในชีวิต มันคือ GPS ภายในที่พระเจ้าใส่มาให้ เพื่อนำคุณกลับมาที่จุดประสงค์
    • ลองนึกภาพว่า: ช่างทำนาฬิกาประกอบเรือนเรือนนึงด้วยมือ ใส่เฟืองทุกตัวอย่างปราณีต ตั้งใจให้มันบอกเวลาได้แม่นที่สุดในโลก — แล้วเขาจะวางมันไว้ในลิ้นชักให้ฝุ่นจับเฉยๆ เหรอ? ไม่ใช่ พระเจ้าก็เช่นกัน พระองค์ไม่ได้ใช้เวลาประกอบคุณด้วยความปราณีตตลอด 9 เดือนในครรภ์ เพื่อให้คุณมาใช้ชีวิตแบบ "พอไปได้"
    • ผมอ่านเจอใน เยเรมีย์ 1:5 ว่า "เรารู้จักเจ้าก่อนเราปั้นเจ้าในครรภ์มารดา" — สังเกตคำว่า "ก่อน" นะครับ ไม่ใช่ "ตอน" ไม่ใช่ "หลัง" แต่เป็น "ก่อน" หมายความว่าจุดประสงค์ของคุณมาก่อนตัวคุณ ก่อนพ่อแม่จะรู้จักกัน ก่อนคุณจะมีชื่อ พระเจ้ารู้แล้วว่าคุณคือใคร และเกิดมาเพื่ออะไร
    • คำถามไม่ใช่ "ฉันมีจุดประสงค์ไหม" คำถามคือ "ฉันจะเริ่มค้นพบมันเมื่อไหร่"
  2. ของขวัญในตัวคุณ ไม่ได้ถูกใส่มาเพื่อตัวคุณคนเดียว

    • พรสวรรค์มีไว้เพื่อรับใช้คนอื่น: สิ่งที่คุณทำได้ดีโดยธรรมชาติ สิ่งที่คนรอบข้างขอความช่วยเหลือจากคุณบ่อยๆ — นั่นไม่ใช่บังเอิญ มันคือเครื่องมือที่พระเจ้าใส่ในมือคุณ เพื่อเป็นพระพรกับคนอื่น
    • ของขวัญที่ไม่ได้ใช้ คือของขวัญที่หายไป: เวลาคุณซ่อนของขวัญในตัวคุณเพราะกลัวคนอื่นจะมองยังไง — คุณไม่ได้แค่กักของขวัญไว้กับตัวเอง คุณกำลังขโมยพระพรที่คนอื่นควรได้รับผ่านคุณ
    • เวลาเรานึกถึง: คนที่ทำให้เรารู้สึกว่ามีค่า คนที่พูดในจังหวะที่ใช่ คนที่ปรากฏตัวในวันที่เราต้องการคนสักคนที่สุด — เราจะเห็นว่าพวกเขาไม่ได้พิเศษกว่าเรา เขาเพียงแค่กล้าใช้สิ่งที่อยู่ในตัว ในขณะที่คนอื่นซ่อนมันเอาไว้
    • ใน 1 เปโตร 4:10 เขียนไว้ชัดเจนว่า "ตามที่แต่ละคนได้รับของประทาน ก็ให้ใช้ของประทานนั้นปรนนิบัติกัน" ของประทาน — แปลตรงตัวจากภาษากรีกคือ "ของขวัญแห่งพระคุณ" หมายความว่ามันไม่ใช่สิ่งที่คุณหามาเอง มันถูกมอบให้คุณ และมันมาพร้อมหน้าที่ — ใช้มันเพื่อคนอื่น
    • คำถามต่อไปคือ — คุณรู้ตัวรึยังว่าของขวัญในมือคุณคืออะไร?
  3. พระเจ้าเตรียมงานไว้ก่อนคุณเตรียมตัว

    • คุณไม่ได้ต้องพร้อมก่อนถึงจะเริ่ม: หลายคนรอที่จะ "พร้อม" — พอเงินพอ พอเก่งพอ พอแก่พอ พอรู้พอ — แต่ความจริงคือ พระเจ้าเตรียมเส้นทางไว้แล้ว สิ่งที่พระองค์ขอคือก้าวแรก ไม่ใช่แผนทั้งชีวิต
    • ความรู้สึก "ฉันยังไม่พร้อม" เป็นกำแพงที่ซาตานสร้าง: ลองสังเกตว่าทุกครั้งที่คุณรู้สึกแบบนี้ มันมาในจังหวะที่คุณกำลังจะก้าวออกจากจุดเดิม ไม่ใช่ก่อน ไม่ใช่หลัง มันมาตอนคุณเริ่มขยับเสมอ
    • ลองนึกภาพว่า: คุณเป็นนักแสดงในละครเวที พระเจ้าเป็นผู้กำกับ พระองค์เตรียมฉาก เตรียมบท เตรียมเพื่อนร่วมแสดง เตรียมไฟ เตรียมทุกอย่างไว้แล้ว — แต่จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นถ้าคุณยังยืนหลังม่านบอกตัวเองว่า "ขอท่องบทอีกรอบนึงก่อน" บางครั้งก้าวออกไปก่อน แล้วบทจะมาเอง
    • ใน อิสยาห์ 30:21 เขียนว่า "หูของเจ้าจะได้ยินเสียงข้างหลังเจ้าว่า 'นี่คือทางจงเดินในทางนี้'" สังเกตว่าเสียงมาจาก ข้างหลัง ไม่ใช่ข้างหน้า หมายความว่าคุณต้องเริ่มเดินไปข้างหน้าก่อน เสียงนำทางถึงจะมา ถ้าคุณยังยืนนิ่งอยู่ คุณจะไม่ได้ยินอะไรเลย
    • พระเจ้านำคนที่กำลังเดิน ไม่ใช่คนที่กำลังคำนวณ
  4. ที่ว่างในใจ คือเข็มทิศ ไม่ใช่ปัญหา

    • ความรู้สึก "ขาด" ไม่ใช่ความผิดปกติ: คุณเคยมีทุกอย่างพร้อมแล้วยังรู้สึกว่ามีบางอย่างขาดหายไปไหม? นั่นไม่ใช่อาการของคนเนรคุณ มันคืออาการของคนที่ถูกออกแบบมาเพื่อสิ่งที่มากกว่า
    • โลกพยายามเติมที่ว่างผิดที่: เงิน เซ็กส์ เกียรติยศ คำชม ความสำเร็จ — ทั้งหมดนี้พยายามเข้ามาเติมที่ว่างที่พระเจ้าออกแบบให้พระองค์เป็นผู้เติมเท่านั้น และนั่นคือเหตุผลที่หลายคนได้ทุกอย่างที่ฝันแล้วยังรู้สึกว่างเปล่า
    • เวลาเรามองชีวิตของ: เศรษฐีที่ฆ่าตัวตายในวันที่เซ็นสัญญาพันล้าน นักร้องที่ทุกคนรักแต่ตัวเองหลงทาง นักกีฬาที่ชนะแชมป์โลกแล้วหลับไม่ลง — เราจะเห็นว่า ความสำเร็จเติมที่ว่างไม่ได้เลย เพราะที่ว่างในใจถูกสร้างมาให้พอดีกับพระเจ้าและจุดประสงค์ในพระองค์เท่านั้น
    • ใน ปัญญาจารย์ 3:11 เขียนว่า "พระองค์ทรงบรรจุนิรันดร์ไว้ในจิตใจของมนุษย์" — มนุษย์มีอะไรบางอย่างที่ใหญ่กว่าตัวเอง ใหญ่กว่าโลกนี้ ฝังอยู่ในใจ และนั่นคือเหตุผลที่ไม่มีอะไรในโลกนี้เติมมันให้เต็มได้
    • แทนที่จะหนีความรู้สึกขาดนี้ ลองนั่งกับมัน — มันกำลังชี้ไปที่บางอย่างที่คุณยังไม่ได้ค้นพบ
  5. ความฝันเล็กๆ ที่คุณเก็บซ่อน คือเสียงเรียก

    • พระเจ้าพูดผ่านความปรารถนาที่ไม่หายไป: ความฝันที่คุณบอกตัวเองว่า "เป็นไปไม่ได้" แต่มันก็กลับมาในใจคุณซ้ำๆ ตลอด 10 ปี — นั่นไม่ใช่ความเพ้อฝัน นั่นคือเสียงพระเจ้าที่อดทนรอคุณ
    • เสียงเรียกไม่ได้มาเป็นฟ้าผ่า แต่มาเป็นกระซิบที่ไม่หยุด: หลายคนรอ "การทรงเรียก" แบบที่โมเสสได้รับ — เห็นพุ่มไม้ลุกเป็นไฟ ได้ยินเสียง แต่ความจริงคือพระเจ้าใส่เสียงเรียกในรูปของ ความสนใจที่คุณมีต่อเรื่องบางอย่างตั้งแต่เด็ก สิ่งที่คุณทำได้ไม่รู้จักเหนื่อย สิ่งที่ทำให้คุณร้องไห้เมื่อเห็นความอยุติธรรม
    • ผมเคยคุยกับ: คนที่ตอบในใจตัวเองว่าอยากเป็นครูตั้งแต่ ป.5 แต่พ่อแม่บอกว่าไม่มีอนาคต เลยไปเรียนวิศวะ ทำงานบริษัทใหญ่ 20 ปี เงินดีมาก แต่ทุกเช้าตื่นมาก็รู้สึกตายภายใน จนวันนึงเขาลาออกไปเปิดคลาสสอนเด็กในชุมชน เงินน้อยลงมาก แต่ครั้งแรกในชีวิตเขาบอกว่ารู้สึกว่า "ผมตื่นมาเป็นตัวเองได้" เสียงเรียกของเขาไม่ได้หายไป มันแค่รออยู่
    • ใน โรม 11:29 เขียนว่า "ของประทานและการทรงเรียกของพระเจ้านั้น พระองค์ไม่ทรงเปลี่ยนพระทัย" — แปลว่าถ้าพระเจ้าใส่ไว้ในใจคุณตั้งแต่ต้น มันจะอยู่ตรงนั้นจนวันที่คุณกล้าตอบ พระองค์ไม่เคยถอนสิ่งที่ใส่มาในตัวคุณ
    • ความฝันที่ไม่หาย คือคำเชิญที่ยังเปิดอยู่
  6. คุณจะค้นพบจุดประสงค์เมื่อคุณเลิกถามและเริ่มเคลื่อนไหว

    • จุดประสงค์ค้นพบในการกระทำ ไม่ใช่ในความคิด: หลายคนใช้เวลา 10 ปีนั่งคิดว่า "ฉันมาทำอะไรในโลกนี้" แล้วก็ไม่ได้คำตอบ เพราะ คำตอบไม่ได้อยู่ในสมอง มันอยู่ในประสบการณ์ที่คุณยังไม่ได้ลอง
    • เริ่มจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้า: บางครั้งคำตอบของพระเจ้าไม่ใช่การเปิดเผยใหญ่โต แต่เป็น "ทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ดีที่สุดก่อน" ดูแลครอบครัว รับใช้ที่โบสถ์ ช่วยเพื่อนบ้าน — เมื่อคุณซื่อสัตย์กับสิ่งเล็ก พระองค์จะมอบสิ่งใหญ่
    • ลองนึกภาพว่า: GPS ในรถ มันจะนำทางคุณเฉพาะเมื่อรถวิ่งเท่านั้น ถ้าคุณจอดอยู่กับที่ มันก็แค่บอกตำแหน่งปัจจุบัน ไม่บอกเส้นทางต่อ พระเจ้าก็เหมือนกัน พระองค์เปิดเผยทีละขั้น ตามที่คุณเดิน ไม่ใช่บอกแผนที่ทั้งหมดให้คุณตอนยืนนิ่งๆ
    • ผมอ่านเจอใน สดุดี 119:105 ว่า "พระวจนะของพระองค์ เป็นโคมสำหรับเท้าของข้าพระองค์ และเป็นความสว่างแก่ทางของข้าพระองค์" สังเกตว่าโคมส่องที่ "เท้า" — หมายความว่าพระองค์ไม่ได้ให้ไฟส่องไกล 100 เมตรข้างหน้า พระองค์ให้แค่ก้าวต่อไปก้าวเดียว และนั่นพอแล้วสำหรับคนที่เดิน
    • หยุดถามคำถามใหญ่ๆ แล้วเริ่มทำคำตอบเล็กๆ
  7. การก้าวข้ามความกลัว คือบทแรกของการเดินตามเสียงเรียก

    • ความกลัวไม่หายก่อนคุณเริ่ม: ถ้าคุณรอจนกว่าจะไม่กลัวค่อยทำ คุณจะไม่ได้ทำอะไรเลย ความกลัวจะหายเมื่อคุณทำทั้งๆ ที่กลัว ไม่ใช่ก่อนหน้านั้น
    • ความกลัวคือสัญญาณว่าคุณกำลังจะแตะของจริง: สิ่งที่ทำให้คุณกลัวที่สุดที่จะลงมือทำ — มักจะเป็นสิ่งที่พระเจ้าเรียกคุณให้ทำ ซาตานไม่กลัวคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในเขตปลอดภัย มันกลัวคนที่กล้าเดินออกจากเขตนั้น
    • เวลาเราย้อนดู: ช่วงเวลาที่เปลี่ยนชีวิตเราจริงๆ — มันไม่เคยเป็นช่วงที่เราสบาย มันเป็นช่วงที่เรากลัวจะตายแต่ก็ลงมือทำอยู่ดี และทุกครั้งหลังผ่านมัน เราจะรู้ว่ามันคุ้ม
    • ใน 2 ทิโมธี 1:7 เปาโลเขียนถึงทิโมธีว่า "พระเจ้ามิได้ทรงประทานจิตที่ขลาดกลัวให้แก่เรา แต่ประทานจิตที่ประกอบด้วยฤทธิ์ ความรัก และการบังคับตนเองให้" — ความกลัวที่คุณรู้สึกอยู่ไม่ได้มาจากพระเจ้า สิ่งที่พระองค์ใส่ในตัวคุณคือฤทธิ์เดช ไปดูในตัวเอง คุณจะเจอ
    • ก้าวแรกคือก้าวที่ยากที่สุด — แต่มันก็เป็นก้าวเดียวที่คุณต้องเริ่มในวันนี้

สนองตอบถ้อยคำของพระเจ้า

  • เขียนรายการของขวัญในตัวคุณ: วันนี้เลย หยิบสมุดมาเล่ม ตอบ 3 คำถาม — สิ่งที่คุณทำได้ดีโดยธรรมชาติคืออะไร, คนรอบข้างมักขอความช่วยเหลือจากคุณเรื่องอะไร, สิ่งที่คุณทำแล้วลืมเวลาคืออะไร นี่คือเบาะแสแรกของจุดประสงค์ของคุณ
  • ฟังเสียงในใจที่ยังไม่หาย: นั่งเงียบๆ 15 นาที ปิดมือถือ ถามตัวเองว่า "ความฝันอะไรที่ผมเก็บไว้ตั้งแต่เด็กแต่ไม่กล้าทำ" สิ่งที่ขึ้นมาในใจซ้ำๆ — นั่นแหละพระเจ้ากำลังพูดกับคุณ จดมันไว้ แม้คุณจะยังไม่กล้าทำ
  • ก้าวเล็กๆ ก้าวเดียวในสัปดาห์นี้: อย่ารอแผน 5 ปี ทำสิ่งเล็กที่สุดที่เชื่อมโยงกับเสียงเรียกในใจคุณภายใน 7 วันนี้ — โทรหาคนที่ทำสิ่งที่คุณอยากทำเพื่อขอคำปรึกษา 30 นาที, อ่านหนังสือเล่มหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องที่คุณสนใจ, หรือแค่บอกคนที่คุณไว้ใจว่า "ผมอยากลอง..." การพูดออกเสียงก็ทำให้สิ่งนั้นเริ่มจริงขึ้น
  • อธิษฐานคำถามที่ถูกต้อง: หยุดอธิษฐานว่า "พระเจ้า ขอแสดงให้ผมเห็นจุดประสงค์ของผม" แล้วเริ่มอธิษฐานว่า "พระเจ้า ขอให้ผมกล้าทำสิ่งที่พระองค์ใส่ในใจผมไว้แล้ว" คำอธิษฐานแบบนี้พระองค์ตอบเสมอ
  • เลิกเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น: ทุกครั้งที่คุณเปรียบเทียบจุดประสงค์ของคุณกับคนอื่น คุณกำลังบอกพระเจ้าว่าพระองค์ออกแบบคุณผิด ตัดสินใจวันนี้ว่าจะวิ่งในเลนของตัวเอง ไม่มองข้างๆ

ผมอยากให้คุณกลับไปที่ภาพของขวัญที่ผมพูดตอนต้นบทความ ลองนึกภาพว่ามันยังวางอยู่ตรงหน้าคุณ ห่อด้วยกระดาษสวยๆ ผูกริบบิ้นไว้เรียบร้อย รอคุณมาแกะตั้งแต่วันที่คุณเกิด — บางคนเดินผ่านมัน 30 ปี 50 ปี 70 ปี โดยไม่เคยก้มลงหยิบ เพราะมัวแต่วิ่งหาของที่คนอื่นถืออยู่ในมือ ผมเชื่อว่าวันนี้ — วันที่คุณอ่านบทความนี้จบ — คือวันที่พระเจ้ากำลังจ่อนิ้วบอกคุณว่า "ดูสิ ของขวัญที่เราเตรียมให้เจ้าตั้งแต่ก่อนเจ้าเกิด ยังอยู่ตรงนั้น เจ้าพร้อมที่จะแกะมันรึยัง?" คุณไม่ต้องรอให้พร้อม คุณไม่ต้องรอให้เก่งกว่านี้ คุณไม่ต้องรอจนกว่าคนอื่นจะเห็นด้วย แค่ก้มลง แกะออก แล้วใช้สิ่งที่อยู่ในนั้นเพื่อรับใช้คนที่พระเจ้าวางไว้รอบตัวคุณ และเมื่อคุณเริ่มทำ คุณจะค้นพบสิ่งที่น่าทึ่งที่สุด — ความรู้สึกว่างเปล่าที่ตามคุณมาทั้งชีวิตจะเริ่มหายไป เพราะคุณกำลังทำสิ่งที่คุณถูกสร้างมาเพื่อทำ ผมหวังว่าวันนี้คุณจะกล้าก้าวก้าวเดียว — เล็กๆ ก็ได้ — เพื่อตอบเสียงเรียกที่อยู่ในใจคุณมาตลอด เพราะของขวัญที่ไม่ได้แกะ ก็เหมือนของขวัญที่ไม่ได้ให้ และคนที่จะเสียดายที่สุด ไม่ใช่คุณ — แต่เป็นคนรอบข้างที่ควรจะได้รับพระพรผ่านคุณ แต่ไม่เคยได้รับเพราะคุณซ่อนมันไว้

คำถามที่พบบ่อย

จะรู้ได้อย่างไรว่าจุดประสงค์ของชีวิตคืออะไร?+
เริ่มจากการสังเกต 3 สิ่ง — พรสวรรค์ที่คุณทำได้โดยธรรมชาติ, ความสนใจที่ไม่หายไปตามเวลา, และสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกว่ามีความหมายเมื่อได้ช่วยคนอื่น พระเจ้าเตรียมจุดประสงค์ไว้ก่อนเราเกิด (เอเฟซัส 2:10) คำตอบจะชัดเจนขึ้นเมื่อเริ่มลงมือทำ ไม่ใช่นั่งคิด
ทำไมถึงรู้สึกว่างเปล่าทั้งที่มีทุกอย่างพร้อม?+
เพราะที่ว่างในใจมนุษย์ถูกออกแบบมาให้พระเจ้าและจุดประสงค์ในพระองค์เป็นผู้เติมเท่านั้น (ปัญญาจารย์ 3:11) ความสำเร็จ เงิน หรือความสัมพันธ์ไม่สามารถเติมที่ว่างนี้ได้ ความรู้สึกขาดคือเข็มทิศนำทางกลับมาหาพระเจ้า
ถ้ายังไม่รู้จุดประสงค์ของตัวเอง ควรเริ่มจากตรงไหน?+
เริ่มจากการทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ดีที่สุด — งาน ครอบครัว การรับใช้เล็กๆ พระเจ้าเปิดเผยทีละก้าว ไม่ใช่ทั้งแผนที่ (สดุดี 119:105) ความซื่อสัตย์ในสิ่งเล็กจะนำไปสู่การเปิดเผยสิ่งที่ใหญ่กว่า
ความกลัวที่จะลงมือทำตามเสียงเรียก เป็นสัญญาณว่าไม่ใช่ทางของพระเจ้าหรือไม่?+
ไม่ใช่ ในทางตรงข้าม ความกลัวมักเป็นสัญญาณว่ากำลังเข้าใกล้สิ่งที่พระเจ้าเรียกให้ทำ พระคัมภีร์บอกว่าพระเจ้าไม่ได้ประทานจิตที่ขลาดกลัวให้ (2 ทิโมธี 1:7) ความกลัวจะหายเมื่อก้าวออกไป ไม่ใช่ก่อนหน้านั้น
ความฝันที่อยู่ในใจมานาน คือเสียงเรียกจากพระเจ้าหรือเพียงความเพ้อฝัน?+
ความฝันที่กลับมาในใจซ้ำๆ ตลอดหลายปี โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือผู้อื่นหรือใช้พรสวรรค์ในตัว มักเป็นเสียงเรียกจากพระเจ้า โรม 11:29 ระบุว่าของประทานและการทรงเรียกของพระเจ้านั้นไม่ทรงเปลี่ยนพระทัย หมายความว่าถ้าพระองค์ใส่ไว้ มันจะอยู่ตรงนั้นจนวันที่เรากล้าตอบ
อ.ทิโมธี เจนพัฒน
อ.ทิโมธี เจนพัฒน
ผู้ก่อตั้งพันธกิจ Thai Church Media