ยิ่งกล้า ยิ่งโดนต้าน แต่ยิ่งได้พบพระเจ้า

ภาพ: Gustavo Zambelli (unsplash)
ความกล้าในความเชื่อมักดึงแรงต้านเข้ามา ทั้งจากคนรอบข้างและจากภายในใจของผู้เชื่อเอง แต่แรงต้านนั้นไม่ใช่หลักฐานของการเดินผิดทาง กลับเป็นสัญญาณว่าผู้เชื่อกำลังเคลื่อนเข้าสู่จุดที่พระเจ้าให้เกียรติ พระคัมภีร์ยืนยันว่าพระเจ้าทรงสถิตใกล้ที่สุดในวินาทีที่ผู้เชื่อถูกต่อต้านเพราะพระนามของพระองค์
คุณเคยรู้สึกไหมว่า ทันทีที่คุณตัดสินใจจะเดินตามพระเจ้าอย่างจริงจัง ทุกอย่างกลับยากขึ้นแทนที่จะง่ายลง? เพื่อนที่เคยสนิทเริ่มห่าง คำพูดที่ไม่เคยรับแบบนั้นเริ่มลอยเข้ามา และในใจคุณก็มีเสียงเล็กๆ กระซิบว่า "บางทีฉันอาจกำลังเดินผิดทาง" แต่ถ้าผมจะบอกคุณว่า ความรู้สึกนั้นไม่ใช่สัญญาณว่าคุณหลงทาง — มันอาจเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังเข้าใกล้ที่ที่พระเจ้าอยากให้คุณยืนพอดี — คุณจะเชื่อผมไหม?
3 ความจริงที่ใจคุณต้องรู้ เมื่อความกล้าเริ่มเจ็บ
แรงต้านไม่ใช่หลักฐานว่าคุณผิด — แต่เป็นหลักฐานว่าคุณกำลังขยับ
ของที่ไม่มีน้ำหนัก ไม่มีใครเสียเวลาผลัก: ลองนึกถึงเรือที่จอดนิ่งอยู่ในอู่ ไม่มีคลื่นไหนปะทะมัน เพราะมันไม่ได้ออกทะเล แต่เมื่อใดที่เรือเริ่มแล่นออกจากท่า คลื่นซัดเข้ามาทุกด้าน นั่นไม่ใช่เพราะเรือมีปัญหา — มันคือ ราคาของการเคลื่อนที่
ความเงียบเคยเป็นที่ปลอดภัย: ตอนที่คุณยังไม่ได้ตัดสินใจอะไร ไม่มีใครรู้สึกถูกท้าทาย แต่วันที่คุณเริ่มพูดความจริงด้วยความรัก เริ่มเลือกถูกแทนที่จะเลือกง่าย เริ่มยืนหยัดในสิ่งที่คุณเชื่อ — โลกที่เคยนิ่งจะเริ่มขยับ และบางครั้งมันขยับมาชนคุณก่อน
เวลาเราเริ่มเดินตามพระเจ้าจริงจัง: บางทีพ่อแม่ที่เคยภูมิใจกลับเริ่มเป็นห่วงว่า "ลูกจะหลงไปไหม?" เพื่อนที่เคยฮากันสนุกๆ เริ่มถอยห่างเงียบๆ แม้แต่คนในบ้านอาจมองคุณแปลกๆ ผมเองเคยรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นคนแปลกหน้าในห้องที่คุ้นเคย และในเวลานั้น ผมคิดว่าผมทำอะไรผิด — แต่ผมแค่เริ่มทำอะไรที่ถูก เป็นครั้งแรกในชีวิต
ผมอ่านเจอใน ยอห์น 15:18-19: "ถ้าโลกนี้เกลียดชังท่าน ก็จงรู้ว่าโลกได้เกลียดชังเราก่อนท่าน... เพราะเหตุที่ท่านไม่ใช่ของโลก แต่เราได้เลือกท่านออกจากโลก" พระเยซูไม่ได้สัญญาว่าทางของคนติดตามพระองค์จะถูกปรบมือ พระองค์สัญญาว่า คนที่อยู่ในแสง จะถูกเงาเห็น — และเงาจะตอบสนอง
แรงต้านที่คุณเจอ ไม่ใช่ป้ายบอกทางว่า "หยุด" มันคือป้ายบอกว่า คุณกำลังเดินผ่านพื้นที่ที่มีศัตรู ซึ่งหมายความว่าคุณกำลังเดินถูกทางแล้ว
คำเยาะเย้ยที่เจ็บที่สุด มักเป็นคำที่ดังที่สุดในใจของคนพูดเอง
คนที่ปลอดภัยในตัวเอง ไม่จำเป็นต้องลดคนอื่น: เวลามีใครหัวเราะคุณ ดูถูกความเชื่อของคุณ หรือพูดคำที่เจ็บแสบใส่หน้า — สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงๆ มักไม่ใช่เรื่องของคุณเลย มันคือเสียงสะท้อนของบางสิ่งที่ ค้างคาอยู่ในใจของเขา ความกล้าของคุณไปกระทบบางอย่างที่เขาเลือกที่จะไม่มอง
คุณไม่ได้เกิดมาเพื่อให้ทุกคนเข้าใจ: ลองนึกภาพคนที่จุดไฟในห้องมืด ไฟไม่ได้ทำร้ายใคร — แต่คนที่นอนหลับมาตลอด จะรู้สึกแสบตา และจะโกรธไฟก่อนที่จะขอบคุณมัน คุณเป็นไฟดวงนั้น และความรู้สึกแสบตาของคนอื่น ไม่ใช่ความผิดของคุณ
เวลาผมโดนคำพูดที่เจ็บ: สิ่งแรกที่ผมเคยทำคือพยายามอธิบายตัวเอง พยายามทำให้คนเข้าใจ พยายามให้เขายอมรับ จนวันหนึ่งผมเหนื่อยมาก แล้วผมเริ่มเข้าใจว่า — บางครั้งคำพูดที่เจ็บไม่ได้ต้องการคำตอบ มันต้องการให้ผม ยืนนิ่งและภาวนาในใจ ว่า "พระเจ้า ขอให้คนพูดคำนั้นได้พบพระองค์ในแบบที่ผมได้พบ"
ใน 1 เปโตร 4:14 เขียนว่า: "ถ้าท่านถูกด่าว่าเพราะพระนามของพระคริสต์ ท่านก็เป็นสุข เพราะว่าพระวิญญาณแห่งพระสิริ คือพระวิญญาณของพระเจ้า สถิตกับท่าน" คุณอ่านดีๆ — ตรงนั้นเขียนว่า "เป็นสุข" และ เหตุผลของความสุข ไม่ใช่เพราะการถูกด่าสนุก แต่เพราะในชั่วขณะที่คนกำลังด่าคุณ พระวิญญาณแห่งพระสิริกำลัง ลงมาสถิตกับคุณ
คำที่เจ็บที่สุดในวันนี้ อาจเป็นเครื่องหมายว่าพระเจ้ากำลังประทับใกล้คุณที่สุด — ใกล้กว่าวันที่ทุกอย่างราบรื่นเสียอีก
พระเจ้าให้เกียรติความกล้า — แม้ในวินาทีที่คุณรู้สึกว่าตัวเองสั่นมากกว่ายืน
ความกล้าไม่ใช่การไม่กลัว: ความกล้าคือการเดินไปข้างหน้าทั้งๆ ที่ขาสั่น คือการพูดคำว่า "พระเจ้าครับ" ในห้องที่เงียบสนิท คือการอธิษฐานก่อนกินข้าวในร้านที่ไม่มีใครทำแบบนั้น — และทุกครั้งที่คุณทำสิ่งเล็กๆ แบบนี้ สวรรค์เห็น
พระเจ้าไม่ได้รอให้คุณกล้าหาญสมบูรณ์แบบ: พระองค์รอคุณตอนที่คุณกล้าเพียง 10% เพราะ 10% ของคุณ + พระคุณของพระองค์ = พอเสมอ ลองนึกถึงโมเสสที่พูดติดอ่าง เปโตรที่ปฏิเสธพระเยซู ดาวิดที่ตัวเล็กกว่าโกลิอัทหลายเท่า — พระเจ้าไม่ได้เลือกคนที่กล้าที่สุด พระองค์เลือกคนที่ยอมก้าวที่สุด
เวลาเราอ่านเรื่องของดาเนียลในถ้ำสิงโต: เรามองที่ปาฏิหาริย์ปลายทาง — สิงโตปิดปาก ดาเนียลรอด แต่สิ่งที่ผมเริ่มเห็นคือ ก่อนถึงปาฏิหาริย์ ดาเนียลต้องเลือกที่จะเปิดหน้าต่างและคุกเข่าอธิษฐาน ทั้งๆ ที่รู้ว่ามีคนจ้องอยู่ ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันจะส่งเขาเข้าถ้ำสิงโต — เขายังเลือก ความซื่อสัตย์ก่อนความปลอดภัย และพระเจ้าให้เกียรติทางเลือกนั้น
ใน 1 ซามูเอล 2:30 พระเจ้าตรัสว่า: "เราจะให้เกียรติแก่คนที่ให้เกียรติเรา" นี่ไม่ใช่สัญญาทางการเงิน ไม่ใช่สัญญาว่าชีวิตจะราบรื่น แต่เป็นสัญญาว่า — เมื่อคุณยืนเพื่อพระองค์ พระองค์จะยืนเพื่อคุณ ในห้องที่คุณไม่รู้ว่าใครกำลังพูดถึงคุณ ในการประชุมที่คุณไม่ได้อยู่ ในอนาคตที่คุณยังมองไม่เห็น
แรงต้านที่คุณเจอวันนี้ อาจเป็น ห้องเตรียมสำหรับเรื่องราวที่พระเจ้ากำลังเขียน — เรื่องที่ปลายทางจะทำให้ใครหลายคนพบความหวังเพราะคุณไม่ยอมแพ้ในวันนี้
สนองตอบถ้อยคำของพระเจ้า
จดบันทึกแรงต้านที่คุณเจอในสัปดาห์นี้: เปิดสมุดหรือแอปโน้ตในมือถือ เขียนวันที่ และเขียนสั้นๆ ว่าวันนี้คุณเจออะไรที่ทำให้รู้สึกอยากถอย แล้วเขียนข้างๆ ว่า "นี่คือสัญญาณว่าผมกำลังขยับ" การมองมันด้วยมุมใหม่ จะเปลี่ยนน้ำหนักของมันในใจคุณ
อธิษฐานเผื่อคนที่ทำให้คุณเจ็บ — ก่อนนอนทุกคืน: ไม่ต้องยาว ไม่ต้องสวยงาม แค่เอ่ยชื่อเขาต่อพระเจ้าและขอพระพรให้เขา การทำแบบนี้จะ ปลดล็อกใจของคุณก่อน — ก่อนที่จะเปลี่ยนใจของเขา
เริ่มต้นด้วยความกล้าเล็กๆ ที่ใครก็มองไม่เห็น: อธิษฐานก่อนกินข้าวในที่สาธารณะหนึ่งครั้ง โพสต์ข้อพระคัมภีร์ที่หนุนใจคุณหนึ่งโพสต์ บอกเพื่อนสนิทคนหนึ่งว่า "พระเจ้ากำลังทำงานในใจฉัน" — ความกล้าเล็กๆ เหล่านี้คือ กล้ามเนื้อที่จะรับน้ำหนักใหญ่ในอนาคต
อ่าน 1 เปโตร 4:12-19 ทั้งบท ช้าๆ: เปิดพระคัมภีร์อย่างจริงจัง อ่านทีละข้อ และขีดเส้นใต้คำที่กระทบใจคุณ พระเจ้ามักพูดผ่านพระคำเหล่านี้ในจังหวะที่คุณต้องการเสียงของพระองค์ที่สุด
หยุดอธิบายตัวเองให้คนที่ไม่อยากเข้าใจ: คุณสามารถปล่อยให้ความสงบของคุณเป็นคำตอบ คุณสามารถไม่ตอบทุกคำพูดที่ลอยมา การไม่ตอบ ไม่ได้แปลว่าคุณแพ้ — มันแปลว่าคุณ มั่นคงในที่ที่คุณยืน
ถ้าวันนี้คุณกำลังอ่านบทความนี้ด้วยใจที่เหนื่อย ด้วยใจที่ถูกตำหนิ ถูกหัวเราะ ถูกมองข้าม เพราะคุณเลือกจะเดินตามพระเยซู ผมอยากให้คุณรู้ว่าคุณไม่ได้บ้า คุณไม่ได้เดินผิดทาง คุณไม่ได้ทำอะไรพลาด คุณแค่กำลังเดินอยู่ในเส้นทางที่นักบุญทุกคนในประวัติศาสตร์เคยเดินมาก่อนคุณ — เส้นทางที่แคบ เส้นทางที่บางครั้งโดดเดี่ยว แต่เป็นเส้นทางที่ปลายทางมีพระพักตร์ของพระเจ้ารออยู่ ผมเชื่อว่าวันที่คุณยืนต่อหน้าพระองค์ คุณจะไม่เสียใจกับแรงต้านที่คุณเจอวันนี้แม้แต่นาทีเดียว — คุณจะเสียใจเฉพาะวินาทีที่คุณเลือกความเงียบในเวลาที่พระองค์ขอให้คุณส่งเสียง ผมขอให้คุณลองอย่างเดียวในสัปดาห์นี้ — ก้าวกล้าๆ หนึ่งครั้ง ก้าวที่ใจสั่น ก้าวที่ไม่รู้ว่าคนจะมองยังไง — แล้วดูว่าพระเจ้าจะมาเดินข้างคุณอย่างไร และวันหนึ่ง เมื่อคุณมองย้อนกลับมา คุณจะเห็นว่าวันที่ยากที่สุดในชีวิตของคุณ คือวันที่พระเจ้าอยู่ใกล้คุณที่สุด
คำสำคัญในบทความนี้
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมเมื่อเริ่มเดินตามพระเจ้าจริงจัง ชีวิตกลับยากขึ้น?+
ถ้าโดนเยาะเย้ยเพราะความเชื่อ ควรตอบโต้อย่างไร?+
ความกล้าในความเชื่อหมายถึงอะไรในชีวิตประจำวัน?+
แรงต้านทุกอย่างในชีวิตเป็นการต่อต้านทางจิตวิญญาณหรือไม่?+
พระเจ้าให้เกียรติความกล้าของผู้เชื่ออย่างไร?+
