รุ่นของคุณ หยุดวงจรได้

ภาพ: River Augustin (pexels)
พระเจ้าเรียกทุกคนให้เป็นผู้ตัดวงจรความเจ็บปวดในครอบครัว ไม่ใช่ผู้สืบทอดมันต่อไป ความผิดพลาดของคนรุ่นก่อนสามารถกลายเป็นบทเรียนของรุ่นปัจจุบัน และการตัดสินใจเล็กๆ ที่จะติดตามพระเจ้าในวันนี้ จะกลายเป็นมรดกฝ่ายวิญญาณที่ไหลไปสู่ลูกหลานหลายรุ่น เพราะพระคริสต์คือผู้ที่ทำให้ทุกสิ่งกลายเป็นสิ่งใหม่
เด็กชายคนหนึ่งยืนอยู่หน้ากระจกในห้องนอนเล็กๆ ของเขา มองเงาสะท้อนของตัวเองเงียบๆ เขาเพิ่งอายุ 15 ปี แต่ในดวงตาคู่นั้นมีน้ำหนักบางอย่างที่ไม่ควรจะมีในวัยนั้น เขาเห็นพ่อของเขาในกระจก เห็นปู่ของเขาในกระจก เห็นความโกรธที่ส่งต่อกันมา เห็นการดื่มที่ส่งต่อกันมา เห็นคำพูดที่ทำร้ายกันที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น แล้วเขาพูดกับตัวเองเบาๆ ประโยคเดียว "วงจรนี้ จะจบที่ผม"
ในที่มืดของห้องเล็กๆ นั้น พระเจ้าได้ยินคำสาบานของเด็กคนหนึ่ง และสวรรค์กำลังเคลื่อนไหว เพราะบางทีสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่พระเจ้าจะทำในชีวิตคุณ ไม่ใช่การรักษาแผลของอดีต แต่คือการใช้คุณเป็นคนที่ ตัดสายโซ่ ก่อนที่มันจะไปถึงคนรุ่นถัดไป
3 ความจริงที่ทำให้คุณกล้าเปลี่ยนวงจร
พระเจ้าเรียกคุณให้เป็น "ผู้ตัดสายโซ่" ไม่ใช่ผู้แบกโซ่ต่อ
สิ่งที่ส่งต่อกันมา ไม่ได้แปลว่าต้องส่งต่อไป: ในทุกครอบครัวมีสิ่งที่ไหลจากรุ่นสู่รุ่น บางอย่างเป็นพร บางอย่างเป็นบาดแผล คุณอาจเกิดมาในครอบครัวที่ไม่เคยรู้จักการอธิษฐาน ในครอบครัวที่พูดจาทำร้ายกัน ในครอบครัวที่ไม่เคยกอดกัน แต่นั่นคือสิ่งที่คุณได้รับมา ไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องส่งต่อไป
พระเจ้าไม่ได้ผูกอนาคตของคุณไว้กับอดีตของบรรพบุรุษ: มีคำโกหกหนึ่งที่ซาตานชอบกระซิบใส่หูเรา ว่า "ก็เพราะพ่อแม่คุณเป็นแบบนี้ คุณก็จะเป็นแบบนี้" แต่นั่นเป็นคำโกหก พระเจ้าเป็นพระเจ้าที่ตัดสายโซ่ พระองค์เป็นพระเจ้าที่เริ่มต้นสายเลือดใหม่ พระองค์เป็นพระเจ้าที่ทำการอัศจรรย์ในกลางรุ่น
ลองนึกภาพว่า: ในตระกูลหนึ่ง มีการหย่าร้างต่อกันมา 4 รุ่น มีการติดเหล้าต่อกันมา 5 รุ่น มีคำพูดร้ายๆ ที่แม่พูดกับลูกสาว แล้วลูกสาวโตขึ้นก็พูดกับลูกของตัวเองแบบเดียวกัน วงจรนี้จะหยุดตรงไหน? ตรงคนที่กล้าพูดว่า "พอแล้ว วงจรนี้จบที่ผม" และคนคนนั้น อาจจะเป็นคุณ
ผมอ่านเจอใน 2 โครินธ์ 5:17 ว่า "ถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งเก่าๆ ก็ล่วงไป ดูเถิด สิ่งสารพัดกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น" ข้อนี้ไม่ได้พูดถึงแค่การเปลี่ยนแปลงในใจ แต่พูดถึงการเปลี่ยนแปลงในสายเลือดฝ่ายวิญญาณ พระคริสต์ตัดคุณออกจากสายเก่า และปลูกคุณลงในสายใหม่
เมื่อคุณตัดสินใจตามพระคริสต์ คุณไม่ได้แค่เปลี่ยนตัวเอง คุณกำลังเปลี่ยนอนาคตของลูก หลาน เหลน ที่คุณอาจจะยังไม่เคยเห็นหน้า
ปัญหาของเมื่อวาน คือคำสอนของวันนี้ ถ้าคุณกล้าเรียนรู้จากมัน
ความผิดพลาดของคนรุ่นก่อน ไม่จำเป็นต้องเป็นความผิดพลาดของคุณ: พระเจ้าให้คุณมีดวงตาที่มองเห็นสิ่งที่คนรุ่นก่อนอาจจะมองไม่เห็น คุณเห็นว่าอะไรที่ทำให้พ่อของคุณเจ็บปวด คุณเห็นว่าอะไรที่ทำให้แม่ของคุณห่างเหินจากพระเจ้า คุณเห็น เพราะคุณอยู่ใกล้ และการเห็นนี้ไม่ใช่การตัดสิน แต่เป็นของขวัญ
การไม่ทำซ้ำ ไม่ใช่การไม่ให้เกียรติ: บางคนกลัวว่าถ้าตัวเองเปลี่ยน ถ้าตัวเองไม่ทำเหมือนพ่อแม่ จะเป็นการไม่ให้เกียรติท่าน ไม่ใช่เลย คุณให้เกียรติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกับพ่อแม่ ไม่ใช่โดยการทำซ้ำความเจ็บปวดของพวกท่าน แต่โดยการหยุดมัน เพื่อไม่ให้ลูกของคุณต้องเจ็บแบบที่คุณเคยเจ็บ
เวลาเราเห็นเด็กคนหนึ่ง ที่มีผมสีเดียวกับปู่ ทั้งๆ ที่แม่ผมสีอื่น เราชอบพูดว่า "มันข้ามรุ่น" ในทำนองเดียวกัน มีสิ่งดีๆ ในตระกูลของคุณที่พระเจ้าอาจจะเก็บไว้เพื่อข้ามรุ่นมาโผล่ที่คุณ ความเชื่อของทวด การอธิษฐานของยาย เมล็ดพันธุ์ที่ถูกหว่านเมื่อ 70 ปีที่แล้ว อาจจะกำลังงอกในหัวใจคุณตอนนี้
ผมเคยคิดว่า เวลาที่หายไปในช่วงที่ผมไม่ได้ติดตามพระเจ้า คือเวลาที่สูญเปล่า แต่วันหนึ่งพระเจ้ากระซิบว่า "ไม่มีเวลาไหนสูญเปล่าในมือของเรา" ปีที่คุณหลงทาง กลายเป็นความเข้าใจที่คุณจะให้กับคนที่กำลังหลงทางในวันนี้ บาดแผลที่คุณได้รับ กลายเป็นความอ่อนโยนที่คุณจะใช้กับลูกของคุณเอง
ในโรม 8:28 พระคัมภีร์บอกว่า "เรารู้ว่า พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง" ทุกสิ่ง หมายรวมถึงความผิดพลาดของบรรพบุรุษด้วย พระเจ้าไม่ได้เขียนบทของคุณด้วยหมึกของความล้มเหลวคนอื่น พระองค์เขียนด้วยหมึกของพระคุณของพระองค์เอง
คุณไม่ต้องเสียเวลาซ้ำในสิ่งที่คนก่อนหน้าเสียไปแล้ว คุณสามารถเริ่มจากจุดที่พวกท่านหยุด และเดินต่อไปในทิศทางที่พระเจ้าจะทรงนำ
การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ในตัวคุณวันนี้ คือมรดกที่ยิ่งใหญ่ในอีก 50 ปี
การตัดสินใจเล็กๆ กลายเป็นวัฒนธรรมใหญ่: วันที่คุณตัดสินใจว่าจะสวดอธิษฐานก่อนกินข้าวกับลูก ในตอนนั้นดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ 30 ปีข้างหน้า ลูกของคุณจะสวดอธิษฐานกับลูกของพวกเขา และในอีก 60 ปี หลานของคุณจะสวดกับลูกของพวกเขา คุณเพิ่งสร้างวัฒนธรรมของการอธิษฐาน ในสายเลือดของคุณ
สิ่งที่พระเจ้าเห็น ไม่ใช่ขนาด แต่คือทิศทาง: พระเจ้าไม่ได้มองว่าคุณเปลี่ยนได้กี่เปอร์เซ็นต์ในหนึ่งปี พระองค์มองว่าคุณกำลังหันหน้าไปทางไหน ถ้าเมื่อวานคุณเดินไปทางความเจ็บปวด แต่วันนี้คุณหันไปทางพระเจ้า แม้จะก้าวเล็กเดียว พระเจ้าก็เต้นระบำในสวรรค์แล้ว
ลองนึกภาพครอบครัวหนึ่ง ที่ไม่มีใครเคยเปิดพระคัมภีร์เลย 4 รุ่น แล้ววันหนึ่ง มีเด็กคนหนึ่งได้พระคัมภีร์เล่มเล็กๆ จากค่ายคริสตจักร เขาอ่านมันในห้องนอนของเขาทุกคืน เขาอาจไม่รู้เลยว่า พระคัมภีร์เล่มเล็กเล่มนั้น กลายเป็นจุดเริ่มต้นของบ้านที่เต็มไปด้วยพระคำในอีก 40 ปีข้างหน้า ลูกของเขาเกิดมาในบ้านที่พ่ออ่านพระคัมภีร์ทุกวัน หลานของเขาเกิดมาในบ้านที่ปู่สอนพระคัมภีร์ทุกวัน จุดเริ่มต้นเล็กๆ ในความมืด กลายเป็นแสงที่ส่องไปหลายสิบปี
ผมอ่านเจอในสดุดี 78:6-7 ว่า "เพื่อชั่วอายุที่กำลังมา คือลูกหลานที่จะเกิดมาจะได้รู้จัก...เพื่อพวกเขาจะได้ตั้งความหวังในพระเจ้า" ข้อนี้บอกเราว่า สิ่งที่คุณทำในวันนี้ ไม่ได้จบที่คุณ มันไหลไปสู่คนที่ยังไม่ได้เกิด พระเจ้ากำลังใช้ชีวิตของคุณเป็นสะพานให้ความหวังข้ามไปหาคนรุ่นถัดไป
เพราะฉะนั้น สิ่งที่ดูเหมือนเป็นการต่อสู้ส่วนตัวของคุณในวันนี้ จริงๆ แล้วเป็นการต่อสู้เพื่อคนที่คุณยังไม่เคยพบหน้า
สนองตอบถ้อยคำของพระเจ้า
เขียนรายการ "วงจรที่ผมจะหยุด": หาสมุดเล่มหนึ่ง แล้วเขียนหัวข้อว่า "สิ่งที่จะไม่ส่งต่อไปถึงลูกของผม" อาจจะเป็นนิสัยการดื่ม การพูดจาทำร้าย การไม่มีเวลาให้ครอบครัว การไม่อธิษฐาน เขียนออกมาให้ชัดเจน เพราะสิ่งที่ไม่ได้ตั้งชื่อ จะไม่ถูกจัดการ
เขียนรายการ "มรดกที่ผมจะสร้าง": ในหน้าเดียวกัน เขียนอีกหัวข้อว่า "สิ่งที่ผมจะเริ่มต้นในสายเลือดของผม" อาจจะเป็นการอธิษฐานก่อนกินข้าว การกอดลูกทุกวัน การพูดคำว่ารักออกมา การพาครอบครัวไปคริสตจักร เริ่มจากเล็กที่สุด เริ่มวันนี้
อธิษฐานให้อภัยคนรุ่นก่อน: วันนี้ ในความเงียบ ให้คุณเอ่ยชื่อพ่อของคุณ แม่ของคุณ ปู่ย่าของคุณ แล้วบอกพระเจ้าว่า "ผมยกโทษให้เขา ขอพระเจ้ายกโทษให้ผมด้วย" การให้อภัยไม่ใช่การบอกว่าสิ่งที่พวกท่านทำถูกต้อง แต่เป็นการปลดปล่อยตัวคุณเองออกจากโซ่
หาผู้เชื่อคนหนึ่งเป็นที่ปรึกษา: คุณไม่สามารถตัดวงจรคนเดียวได้ หาคนที่ก้าวหน้ากว่าคุณในทางของพระเจ้า ขอให้เขาอธิษฐานเผื่อคุณ ขอให้เขาถามคุณเรื่องความก้าวหน้าทุกเดือน คนที่กล้าเปลี่ยนคนเดียว บ่อยครั้งกลับไปสู่วงจรเดิม
ปฏิญาณต่อพระเจ้าในความเงียบ: ในคืนนี้ หรือพรุ่งนี้เช้า ให้คุณคุกเข่าและพูดออกมาดังๆ ว่า "พระเจ้า ผมขอเป็นคนที่ตัดวงจร ขอให้บ้านของผม เริ่มต้นใหม่กับพระองค์" คำพูดในความเงียบต่อพระเจ้า มีอำนาจเปลี่ยนแปลงสายเลือด
กลับไปที่เด็กชายคนนั้นในห้องนอนเล็กๆ กับกระจกใบเดิม เขาอาจจะยังไม่รู้ว่าคำพูดที่เขากล่าวในความเงียบวันนั้น มีอำนาจอะไรบ้าง แต่พระเจ้ารู้ และวันนี้ คุณเองก็อาจกำลังยืนอยู่หน้ากระจกในแบบของคุณ กระจกที่สะท้อนไม่ใช่แค่หน้าคุณ แต่สะท้อนพ่อของคุณ แม่ของคุณ และคนที่คุณอาจไม่เคยพบหน้าด้วยซ้ำ ผมอยากบอกคุณเบาๆ ว่า พระเจ้าไม่ได้เรียกคุณให้เป็นเงาของอดีต พระองค์เรียกคุณให้เป็นจุดเริ่มต้นของอนาคต ผมเชื่อว่าในคืนนี้ ในความเงียบของห้องคุณเอง คุณสามารถพูดประโยคเดียวกันได้ ประโยคที่จะสั่นสะเทือนไปหลายรุ่น "วงจรนี้ จะจบที่ผม และสิ่งใหม่ จะเริ่มที่ผม" แล้วดูสิว่าพระเจ้าจะทำอะไรกับสายเลือดของคุณต่อจากนี้
คำสำคัญในบทความนี้
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมความเจ็บปวดในครอบครัวถึงส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น?+
การไม่ทำตามพ่อแม่ ถือว่าเป็นการไม่กตัญญูหรือไม่?+
จะเริ่มต้นเปลี่ยนวงจรในครอบครัวได้อย่างไร?+
ปีที่หลงทางจากพระเจ้า ถือเป็นเวลาที่สูญเปล่าหรือไม่?+
