คำว่า "ไว้ก่อน" ที่แพงที่สุด

ภาพ: Jonas F (pexels)
การผัดวันประกันพรุ่งฝ่ายวิญญาณเริ่มจากเสียงเบาๆ ที่บอกให้เลื่อนออกไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นนิสัยที่กินชีวิตทั้งชีวิต พระคัมภีร์ใช้คำว่า "วันนี้" เสมอเมื่อพูดถึงการตอบสนองพระเจ้า เพราะโอกาสที่เลื่อนออกไป มักไม่กลับมาแบบเดิม การเริ่มต้นก้าวเล็กๆ ในวันนี้ สำคัญกว่าแผนใหญ่ที่ไม่เคยเกิดขึ้น
ผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ตอนตีสอง มือสั่น สายตาจ้องไปที่หน้าจอที่เพิ่งขึ้นคำว่า "denied" งานแต่งงานของเขาอยู่อีกสี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่พาสปอร์ตของเขาหมดอายุมาสี่เดือนแล้ว เขารู้ตั้งแต่วันแรก เขาแค่บอกตัวเองว่า "ไว้ก่อน" ไม่กี่ครั้งเท่านั้นเอง และตอนนี้ "ไว้ก่อน" กำลังจะกินวันสำคัญที่สุดในชีวิตเขาไปทั้งวัน
เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับพาสปอร์ต มันเกี่ยวกับสิ่งที่เราทุกคนกำลังผัดวันประกันพรุ่งอยู่ตอนนี้ อาจเป็นการอธิษฐาน อาจเป็นคำขอโทษ อาจเป็นก้าวที่พระเจ้าเรียกให้ก้าวมาสามปีแล้ว และคำว่า "ไว้ก่อน" ของเรา กำลังจะแพงกว่าที่เราคิด
7 ความจริงที่ปลดปล่อยเราจากคำว่า "ไว้ก่อน"
การผัดวันประกันพรุ่งฝ่ายวิญญาณ เริ่มต้นด้วยเสียงเบาที่สุดในหัวเรา
- ไม่มีใครตื่นมาแล้วบอกว่า "วันนี้ฉันจะหนีพระเจ้า": มันไม่ได้เริ่มด้วยการปฏิเสธเสียงดัง มันเริ่มด้วยกระซิบเบาๆ ว่า "เดี๋ยวก่อน" "พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน" "รอให้พร้อมก่อนนะ" เสียงนี้ฟังดูมีเหตุผล ฟังดูสุภาพ ฟังดูไม่อันตรายเลย
- แต่การรวมกันของ "เดี๋ยวก่อน" หลายๆ ครั้ง คือชีวิตหนึ่งชีวิต: ทุกวันที่เราเลื่อนอธิษฐานออกไป ทุกครั้งที่เราปิดพระคัมภีร์ก่อนอ่าน ทุกครั้งที่เรารู้ว่าพระเจ้าเรียกให้โทรหาใครสักคน แล้วเราบอกว่า "พรุ่งนี้" มันไม่ใช่แค่ 24 ชั่วโมง มันคือการฝึกใจเราให้เชื่อว่าเสียงพระเจ้ารอได้เสมอ
- ลองนึกภาพว่า คุณมีหนี้บัตรเครดิตใบเล็กๆ ที่ดอกเบี้ยเดินทุกวัน วันแรกอาจเป็นแค่ห้าบาท วันที่ 30 อาจเป็นร้อยกว่า วันที่ 365 อาจเป็นหลักหมื่น การผัดวันประกันพรุ่งฝ่ายวิญญาณก็ทำงานแบบเดียวกัน ดอกเบี้ยที่จ่ายไม่ใช่เงิน แต่คือความห่างเหินจากพระเจ้า
- ผมอ่านเจอในเอเฟซัส 5:16 ว่า "จงฉวยโอกาสเพราะว่าทุกวันนี้เป็นกาลที่ชั่ว" คำว่า "ฉวยโอกาส" ในภาษาเดิมมีความหมายเหมือน "ซื้อเวลาคืนมา" พระเจ้ารู้ว่าเวลามีขาย และการผัดวันประกันพรุ่ง คือการปล่อยเวลาที่ซื้อแล้วให้หลุดมือไปฟรีๆ
- เสียงที่กระซิบว่า "ไว้ก่อน" ในหัวคุณตอนนี้ ไม่ได้เป็นเพื่อนของคุณ
พระเจ้าใช้ความล่าช้าของเรา ให้กลายเป็นบทเรียนที่เราต้องการที่สุด
- ความล่าช้าไม่ใช่จุดจบของแผนพระเจ้า: แม้เราจะพลาด แม้เราจะช้า แม้เราจะทำเรื่องพังไปแล้ว พระเจ้าไม่ได้ทิ้งเรา พระองค์เข้ามาในความยุ่งเหยิงนั้น และเปลี่ยนให้เป็นห้องเรียน
- บางครั้งเราต้องเจ็บก่อน ถึงจะยอมฟัง: ผมเชื่อว่าถ้าพระเจ้าปลดปัญหาให้เราทุกครั้งที่เราผัดวันประกันพรุ่ง เราจะไม่มีวันเรียนรู้อะไรเลย ความเจ็บที่มาจากการเลื่อน คือครูที่โหดที่สุดแต่ก็ซื่อสัตย์ที่สุด
- เวลาเรา นั่งอยู่ท่ามกลางกองผลลัพธ์ของ "ไว้ก่อน" ของเราเอง มันน่าอับอาย มันน่าเจ็บใจ แต่ในความเงียบนั้น พระเจ้ากระซิบกลับมาว่า "ลูก ครั้งหน้าฟังเราตั้งแต่ครั้งแรกนะ" นี่ไม่ใช่การลงโทษ นี่คือการอบรมของพ่อ
- ในโรม 8:28 เขียนว่า "เหตุการณ์ทั้งหมดทำงานร่วมกันเพื่อผลดีแก่ผู้ที่รักพระเจ้า" คำว่า "ทั้งหมด" รวมถึงความผิดพลาดของเรา รวมถึงการเลื่อนของเรา รวมถึงตอนที่เราไม่ฟัง พระเจ้ามีวิธีเอาแม้กระทั่งความโง่ของเรา มาปั้นเป็นความเข้าใจในภายหลัง
- แต่การอาศัยพระคุณนี้ ไม่ใช่ข้ออ้างในการเลื่อนต่อไป
สิ่งที่คุณเลื่อนออกไป มักคือสิ่งที่พระเจ้ากำลังใช้พูดกับคุณ
- การผัดวันประกันพรุ่งเป็นเครื่องมือของศัตรู: เขาไม่จำเป็นต้องทำให้คุณปฏิเสธพระเจ้า เขาแค่ต้องทำให้คุณเลื่อนพระเจ้าออกไปเรื่อยๆ ผลลัพธ์เหมือนกัน
- สิ่งที่ทำให้คุณอึดอัดที่จะทำ มักคือสิ่งที่คุณต้องทำที่สุด: การขอโทษที่คุณเลื่อนมาสามปี การกลับเข้าคริสตจักรที่คุณห่างมาห้าปี การเริ่มอ่านพระคัมภีร์ที่คุณตั้งใจตั้งแต่ปีใหม่ เสียงในใจที่รบกวนคุณมานาน ไม่ใช่บังเอิญ
- ผมเคยเลื่อนการโทรหาคนคนหนึ่งอยู่หลายเดือน เพราะคิดว่ายังไม่พร้อม สุดท้ายพอตัดสินใจโทรไป น้ำเสียงเขาเปลี่ยน เขาบอกว่า "รอสายนี้มานานแล้ว" สิ่งที่ผมคิดว่ายังไม่พร้อม สำหรับเขาคือสิ่งที่รอมาทั้งชีวิต การเลื่อนของผม เกือบทำให้เขารอตลอดไป
- ในลูกา 12:20 พระเยซูเล่าเรื่องเศรษฐีคนหนึ่งที่บอกว่า "จิตของฉัน ฉันมีทรัพย์สมบัติมาก จงพักผ่อนเถิด" แล้วพระเจ้าตอบว่า "เจ้าคนโง่ คืนนี้ชีวิตของเจ้าจะถูกเรียกเอาไปจากเจ้า" คำว่า "โง่" ที่พระเจ้าใช้ ไม่ใช่เพราะเขารวย แต่เพราะเขาคิดว่าเขามีเวลาไว้ก่อน
- เวลาเป็นทรัพยากรเดียวที่คุณไม่มีทางซื้อคืนได้
"วันนี้" คือคำที่พระเจ้าใช้บ่อยที่สุดในพระคัมภีร์เกี่ยวกับการตอบสนอง
- พระเจ้าไม่เคยพูดว่า "พรุ่งนี้ค่อยมาหาเรา": ทุกครั้งที่พระคัมภีร์พูดถึงการตัดสินใจฝ่ายวิญญาณ คำที่ใช้คือ "วันนี้" "ตอนนี้" "ในขณะนี้" ไม่มีตอนไหนที่พระเจ้าเชิญเราแบบสบายๆ ว่า "เอาไว้ก่อนก็ได้"
- ความเร่งด่วนของพระเจ้า ไม่ใช่แรงกดดัน แต่คือความรัก: พ่อที่รักลูก ไม่บอกลูกที่กำลังจะข้ามถนนว่า "ค่อยระวังพรุ่งนี้" เขาบอกตอนนี้ เพราะเขารู้ว่ารถกำลังมา ความเร่งของพระเจ้าก็เพราะพระองค์เห็นสิ่งที่เราไม่เห็น
- ลองนึกภาพว่า คุณกำลังยืนอยู่หน้าประตูที่กำลังปิด และมีคนตะโกนบอกว่า "รีบเข้ามา!" คุณจะบอกไหมว่า "ขอเวลาคิดสักปี"? แต่นี่คือสิ่งที่หลายคนทำกับพระเจ้า ประตูของพระคุณเปิดอยู่ แต่เราขอคิดดูก่อน
- ในฮีบรู 3:15 เขียนว่า "วันนี้ถ้าคุณได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์ อย่าให้ใจของคุณดื้อรั้น" คำนี้เขียนถึงคริสเตียนที่กำลังจะเลื่อนการฟังพระเจ้าออกไป พระวิญญาณเตือนว่า "วันนี้" ไม่ใช่ "สักวัน" เพราะ "สักวัน" อาจไม่มา
- โอกาสที่คุณเลื่อนวันนี้ อาจไม่ผ่านมาแบบเดิมอีก
ความกลัวความไม่พร้อม คือคำโกหกที่สุขุมที่สุดในชีวิตคริสเตียน
- ไม่มีใครพร้อม 100% สำหรับสิ่งที่พระเจ้าเรียกให้ทำ: โมเสสไม่พร้อม เยเรมีย์ไม่พร้อม เปโตรไม่พร้อม แต่ทุกคนที่พระเจ้าใช้ ตัดสินใจก้าวก่อนจะรู้สึกพร้อม
- การรอความพร้อม คือการรอสิ่งที่ไม่มีวันมา: ถ้าคุณรอให้เศรษฐกิจดีก่อนถวาย รอให้ครอบครัวยอมรับก่อนไปคริสตจักร รอให้ใจสงบก่อนอธิษฐาน คุณจะรอตลอดชีวิต ความพร้อมมาหลังการก้าว ไม่ใช่ก่อน
- เวลาเรา บอกตัวเองว่า "ยังไม่พร้อม" สิ่งที่เราพูดจริงๆ คือ "ยังไม่กล้า" และสิ่งที่ต้องแก้ ไม่ใช่ระดับความพร้อม แต่คือมุมมองต่อพระเจ้าผู้ที่เดินไปกับเราในทุกก้าว
- ผมอ่านเจอในโยชูวา 1:9 ว่า "จงเข้มแข็งและกล้าหาญ อย่ากลัวเลย อย่าท้อถอย เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้าอยู่กับเจ้าทุกแห่งที่เจ้าไป" พระเจ้าไม่ได้บอกโยชูวาว่า "รอให้พร้อมก่อนค่อยไป" พระองค์บอกว่า "ไปเลย เราไปด้วย"
- พระเจ้ารับใช้คนที่ก้าว ไม่ใช่คนที่รอ
ทุกคำว่า "ไว้ก่อน" กำลังสร้างนิสัยที่ตามคุณไปทุกที่
- สมองของเราเรียนรู้จากการทำซ้ำ: ทุกครั้งที่เราเลือกเลื่อน เราไม่ได้แค่เลื่อนงานนั้น เรากำลังฝึกสมองว่า "การเลื่อนคือทางออก" และครั้งต่อไปที่มีเรื่องยาก การเลื่อนจะเป็นตัวเลือกแรกที่โผล่มาโดยอัตโนมัติ
- นิสัยของคุณ กลายเป็นตัวตนของคุณในที่สุด: คนที่ผัดวันประกันพรุ่งเรื่องเล็ก จะผัดเรื่องใหญ่ในภายหลัง คนที่ซื่อสัตย์ในเรื่องเล็ก จะซื่อสัตย์ในเรื่องใหญ่ นี่คือกฎที่พระเยซูสอนในลูกา 16:10 ตรงๆ
- ลองนึกภาพว่า คุณจะฝึกวิ่งมาราธอน คุณคงไม่พูดว่า "รอให้ถึงวันแข่งค่อยเริ่มวิ่ง" คุณต้องวิ่งทุกวัน ทีละสองสามกิโล จนร่างกายเปลี่ยน ชีวิตคริสเตียนก็เหมือนกัน วินัยฝ่ายวิญญาณคือการวิ่งทุกวัน ไม่ใช่รอวันแข่ง
- ผมอ่านเจอในกาลาเทีย 6:7 ว่า "อย่าหลอกตัวเอง เพราะว่าพระเจ้าจะไม่ถูกเยาะเย้ยได้ คนใดหว่านอะไร คนนั้นก็จะเก็บเกี่ยวสิ่งนั้น" ทุก "ไว้ก่อน" ที่เราหว่านวันนี้ เราจะเก็บเกี่ยวเป็นความเสียใจในวันหน้า และทุก "ทำเดี๋ยวนี้" ที่เราหว่าน เราจะเก็บเกี่ยวเป็นเสรีภาพ
- นิสัยที่ปลูกวันนี้ คือชีวิตที่คุณจะอยู่พรุ่งนี้
การเริ่มต้นเล็กๆ วันนี้ เปลี่ยนทุกอย่างที่จะตามมา
- คุณไม่ต้องทำครั้งเดียวจบ คุณแค่ต้องเริ่ม: พระเจ้าไม่ได้ขอให้คุณเป็นนักบุญในหนึ่งวัน พระองค์ขอแค่ก้าวแรกของวันนี้ ก้าวแรกที่ซื่อสัตย์ สำคัญกว่าแผนใหญ่ที่ไม่เคยเริ่ม
- ความยิ่งใหญ่ทุกอย่างในพระคัมภีร์ เริ่มด้วยการก้าวเล็กๆ วันหนึ่ง: ดาวิดไปตลาดวันหนึ่งแล้วเจอโกลิอัท เอสเธอร์เข้าเฝ้ากษัตริย์วันหนึ่งแล้วช่วยชนชาติ เปโตรทิ้งอวนวันหนึ่งแล้วตามพระเยซูตลอดชีวิต ทุกอย่างเริ่มด้วย "วันนี้"
- ผมเคยเลื่อนการอ่านพระคัมภีร์มาหลายปี เพราะคิดว่าต้องอ่านทั้งบทถึงจะนับ วันหนึ่งผมตัดสินใจอ่านแค่ข้อเดียวก่อนนอน แค่ข้อเดียว ผ่านไปหนึ่งเดือน ข้อเดียวกลายเป็นหน้าหนึ่ง หน้าหนึ่งกลายเป็นบทหนึ่ง ตอนนี้ผมอ่านทุกวันโดยไม่ต้องบังคับ ทั้งหมดเริ่มจากคืนหนึ่ง กับข้อเดียว
- ในเศคาริยาห์ 4:10 เขียนว่า "อย่าดูหมิ่นวันแห่งการเริ่มต้นเล็กๆ" พระเจ้าเห็นค่าของการเริ่ม พระองค์ไม่ได้รอให้เรามีความยิ่งใหญ่ก่อนจะทำงานผ่านเรา พระองค์เริ่มทำงานทันทีที่เรายอมเริ่ม
- คำว่า "วันนี้" ที่เล็กที่สุด แข็งแรงกว่า "สักวัน" ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเสมอ
สนองตอบถ้อยคำของพระเจ้า
เขียน 3 สิ่งที่คุณกำลัง "ไว้ก่อน": หยิบกระดาษหรือเปิดโน้ตในมือถือตอนนี้เลย เขียนสามอย่างที่คุณรู้ว่าพระเจ้าเรียกให้ทำ แต่คุณเลื่อนมานาน อาจเป็นคำขอโทษ อาจเป็นการอธิษฐาน อาจเป็นการกลับไปคริสตจักร แค่การเขียนออกมา จะทำให้เสียงกระซิบในหัวหมดพลังทันที
ทำ 1 ใน 3 นั้นภายใน 24 ชั่วโมง: อย่าเลือกอันที่ง่ายที่สุด เลือกอันที่คุณกลัวที่สุด เพราะนั่นคือสิ่งที่พระเจ้ากำลังพูดหนักที่สุด ตั้งเวลาปลุกในมือถือถ้าจำเป็น และตอบตัวเองว่า "วันนี้ ไม่ใช่พรุ่งนี้"
เริ่มด้วยก้าวที่เล็กที่สุด: ถ้าเป็นการอธิษฐาน เริ่มแค่ห้านาที ถ้าเป็นการอ่านพระคัมภีร์ เริ่มแค่หนึ่งข้อ ถ้าเป็นการขอโทษ เริ่มแค่ข้อความสั้นๆ ความยิ่งใหญ่ของก้าวไม่สำคัญ ความซื่อสัตย์ของการเริ่มสำคัญกว่า
หาคนหนึ่งคน ที่จะรู้ว่าคุณเริ่มแล้ว: ส่งข้อความบอกเพื่อนสนิทหรือพี่น้องในคริสตจักรว่า "วันนี้ฉันเริ่มทำสิ่งนี้แล้ว" การมีพยานหนึ่งคน ทำให้การเลื่อนครั้งต่อไปยากขึ้นมาก และเป็นของขวัญให้กับตัวคุณเองในวันที่ใจอ่อนแอ
อธิษฐานสั้นๆ ทุกเช้าว่า "วันนี้ ไม่ใช่พรุ่งนี้": สร้างประโยคนี้เป็นคำอธิษฐานประจำวัน 30 วันติด ให้กลายเป็นเสียงที่ดังกว่าเสียงของ "ไว้ก่อน" ในหัวคุณ พระเจ้าจะเปลี่ยนใจคุณผ่านคำสั้นๆ นี้เอง
ผู้ชายในตอนต้นของบทความ สุดท้ายก็ได้แต่งงาน ทันเวลาแบบฉิวเฉียด ด้วยพระคุณของพระเจ้าและความอับอายที่กลายเป็นบทเรียนตลอดชีวิต แต่บางเรื่องในชีวิตของเราไม่ได้จบดีแบบนั้น บางประตูปิดไปแล้วจริงๆ บางคนไม่อยู่รอเราแล้วจริงๆ บางโอกาสผ่านไปแล้วจริงๆ วันนี้ผมขอให้คุณลองถามตัวเองเงียบๆ ว่า มีอะไรในชีวิตคุณที่พระเจ้ากระซิบมาสามครั้งแล้ว ห้าครั้งแล้ว สิบครั้งแล้ว และคุณยังตอบว่า "ไว้ก่อน" ทุกครั้ง ผมเชื่อว่าพระเจ้าไม่ได้เขียนบทความนี้ให้คุณอ่านโดยบังเอิญ และผมหวังว่าก่อนที่คุณจะปิดหน้าจอนี้ คุณจะทำสิ่งเล็กๆ หนึ่งอย่างที่คุณเลื่อนมานาน แค่หนึ่งอย่าง ไม่ต้องยิ่งใหญ่ ไม่ต้องสมบูรณ์ แค่เริ่ม เพราะคำว่า "วันนี้" ที่เล็กที่สุดของคุณ แข็งแรงกว่า "สักวัน" ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเสมอ
คำสำคัญในบทความนี้
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมเราถึงผัดวันประกันพรุ่งเรื่องฝ่ายวิญญาณ ทั้งที่รู้ว่าสำคัญ?+
ถ้าเลื่อนมานานแล้ว ยังไม่สายเกินไปที่จะเริ่มไหม?+
จะรู้ได้อย่างไรว่าอะไรคือสิ่งที่พระเจ้าเรียกให้ทำวันนี้?+
จะเอาชนะนิสัยผัดวันประกันพรุ่งได้อย่างไร?+
การรอเวลาที่เหมาะสม กับการผัดวันประกันพรุ่ง ต่างกันอย่างไร?+
