ThaiChurch.org
ครอบครัวและการสมรส2026-10-18

ที่นั่งของคุณ ไม่เคยว่าง

อ.ทิโมธี เจนพัฒน
อ.ทิโมธี เจนพัฒน
ผู้ก่อตั้งพันธกิจ Thai Church Media
ที่นั่งของคุณ ไม่เคยว่าง

ภาพ: Christopher Politano (unsplash)

สรุปสั้น

ความรู้สึกไม่เป็นส่วนหนึ่งไม่ใช่หลักฐานว่าคุณไม่ได้อยู่ในที่นั้นจริงๆ พระเจ้าเชิญคุณมาที่โต๊ะของพระองค์ไม่ใช่เพราะคุณเหมาะสม แต่เพราะพระองค์รัก และที่นั่งของคุณถูกเตรียมไว้ก่อนที่คุณจะรู้ตัวว่าต้องการมัน การเชื่อมต่อกับพระเจ้าและกับผู้อื่นคือสิ่งที่มนุษย์ถูกออกแบบมาให้ต้องการ ไม่ใช่ทางเลือกเสริม

หญิงคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูงานเลี้ยง มือถือการ์ดเชิญที่ยับย่นเพราะเธอกำหมัดแน่นมาตลอดทาง เธอมองผ่านกระจกเห็นคนหัวเราะ ยกแก้วชนกัน กอดกันเหมือนรู้จักกันมาทั้งชีวิต แล้วเธอก้มลงมองรองเท้าตัวเอง มองเสื้อของตัวเอง มองมือของตัวเอง แล้วบอกตัวเองในใจว่า "ฉันไม่ควรอยู่ที่นี่" เธอหันหลังจะกลับ ทั้งที่มีการ์ดเชิญอยู่ในมือ

หลายคนใช้ชีวิตทั้งชีวิตแบบผู้หญิงคนนั้น ยืนอยู่หน้าประตูของพระคุณพระเจ้า ถือคำเชิญที่ยับย่นเพราะกำมาแน่นเกินไป มองเห็นคนอื่นที่ดู "เข้ากันได้" มองตัวเองแล้วบอกตัวเองว่า "ฉันไม่เหมาะ ฉันไม่พร้อม ฉันไม่ควร" แล้วก็หันหลังกลับ ทั้งที่ประตูไม่เคยล็อก ทั้งที่ที่นั่งของเขายังว่างอยู่ตลอด

7 ความจริงที่ทำให้คุณกลับมานั่งที่โต๊ะพระเจ้า

  1. ความรู้สึกไม่เป็นส่วนหนึ่ง ไม่ใช่หลักฐานว่าคุณไม่ได้อยู่

    • ความรู้สึกโกหกได้: ความรู้สึกไม่เป็นส่วนหนึ่งเป็นหนึ่งในความรู้สึกที่แนบเนียนที่สุดในโลก มันมาในรูปของ "ข้อเท็จจริง" แต่จริงๆ แล้วมันคือ การตีความสถานการณ์ผ่านแว่นตาที่แตกร้าว
    • ตัวตนไม่ได้ตัดสินโดยความรู้สึก: ผมเคยยืนอยู่กลางห้องที่เต็มไปด้วยคนที่รักผม แต่ในใจกลับรู้สึกโดดเดี่ยวจนแทบร้อง ความรู้สึกโดดเดี่ยวไม่ได้แปลว่ามันจริง มันแปลว่าเรากำลังเชื่อเสียงที่ไม่ควรฟัง
    • ลองนึกภาพว่า: เด็กคนหนึ่งถูกพ่อแม่รับเป็นลูกบุญธรรมมาจากสถานเลี้ยงเด็ก วันแรกที่เขาเข้าบ้านใหม่ เขานั่งอยู่มุมโซฟา ไม่กล้าดูโทรทัศน์ ไม่กล้าเปิดตู้เย็น ไม่กล้าเรียกใครว่าพ่อแม่ ทั้งที่ในทางกฎหมาย ในทางความรัก เขาเป็นลูกที่ถูกเลือกอย่างสมบูรณ์ ความรู้สึก "แขก" ของเขาไม่ได้ทำให้เขากลายเป็นแขก
    • พระคัมภีร์: ผมอ่านเจอในโรม 8:15-16 ว่า "ท่านทั้งหลายไม่ได้รับใจทาสซึ่งทำให้ตกในความกลัวอีก แต่ท่านได้รับพระวิญญาณผู้ทรงให้เป็นบุตร ให้เราทั้งหลายร้องเรียกพระเจ้าว่า อับบา คือพระบิดา" ก่อนที่คุณจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นลูก คุณเป็นลูกไปแล้ว สถานะมาก่อนความรู้สึก และสถานะไม่เปลี่ยนตามอารมณ์
    • อย่าปล่อยให้ความรู้สึกชั่วคราวกำหนดตัวตนถาวรของคุณ
  2. คุณไม่ได้ถูกเชิญเพราะเหมาะสม คุณถูกเชิญเพราะรัก

    • การเชิญของพระเจ้าไม่ใช่รางวัล: เรามักคิดว่าถ้าเราดีพอ พระเจ้าจะรับ ถ้าเราสะอาดพอ พระเจ้าจะเปิดประตู แต่ความจริงคือ พระเจ้าเชิญคุณตอนที่คุณยังสกปรก เพื่อจะได้ล้างคุณที่โต๊ะของพระองค์เอง
    • ความรักไม่ต้องการคุณสมบัติ: ลูกที่พ่อรัก ไม่ได้รักเพราะเก่ง ไม่ได้รักเพราะเรียนดี ไม่ได้รักเพราะเชื่อฟังเสมอ พ่อรักเพราะเป็นลูก จบ พระเจ้าก็เหมือนกัน พระองค์รักคุณเพราะเป็นคุณ ไม่ใช่เพราะคุณทำอะไรมาก่อนหน้า
    • ผมเคยรู้สึก: ผมเคยรู้สึกว่าตัวเองต้อง "อัปเกรดตัวเอง" ก่อนเข้าใกล้พระเจ้า ต้องเลิกนิสัยนี้ก่อน ต้องแก้ความคิดนี้ก่อน ต้องมี "แพ็กเกจ" ที่พอเพียงก่อน จนวันหนึ่งพระองค์ทำให้ผมเข้าใจว่าถ้าผมรอให้ตัวเองพร้อม ผมจะไม่มีวันมา และพระองค์ก็บอกในใจว่า "ทิม มาก่อน แล้วเดี๋ยวเราแก้ด้วยกัน"
    • พระคัมภีร์: ใน โรม 5:8 เขียนว่า "แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เราทั้งหลาย คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์สิ้นพระชนม์เพื่อเรา" ขณะที่เรายังเป็นคนบาป — ไม่ใช่หลังจากที่เราสะอาด ไม่ใช่หลังจากที่เราแก้ไข ไม่ใช่หลังจากที่เราคู่ควร คุณถูกรักก่อนที่คุณจะเปลี่ยน
    • เมื่อคุณเข้าใจข้อนี้ ความรู้สึก "ไม่เหมาะ" จะเริ่มสั่นคลอน
  3. โต๊ะพระเจ้ามีที่นั่งของคุณ ไม่ใช่ที่ยืน

    • ที่ยืนไม่เหมือนที่นั่ง: เวลาเราไปงานที่คนแน่น เราอาจได้แค่ยืนข้างหลัง มองผ่านหัวคนอื่น ไม่มีจาน ไม่มีชื่อ ไม่มีของว่างที่วางไว้ให้ แต่พระเจ้าไม่ได้เชิญคุณไปยืน พระองค์เชิญคุณไปนั่ง ที่ซึ่งมีจานของคุณ มีชื่อของคุณ มีอาหารที่เตรียมไว้เพื่อคุณโดยเฉพาะ
    • ที่นั่งบอกถึงศักดิ์ศรี: ในวัฒนธรรมสมัยพระคัมภีร์ การนั่งกินร่วมโต๊ะกับใคร คือการประกาศว่าคนนั้นเป็น "คนของบ้าน" ไม่ใช่คนนอก ไม่ใช่คนที่บังเอิญผ่านมา แต่เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว
    • ลองนึกภาพว่า: พ่อสั่งอาหารเช้าสำหรับสมาชิกครบทุกคน แล้ววันหนึ่งลูกคนหนึ่งเดินเข้ามาแล้วยืนอยู่ที่มุมห้อง ไม่กล้ามานั่ง พ่อจะรู้สึกอย่างไร? พ่อไม่ได้ทำอาหารไว้เกิน พ่อทำเผื่อลูกคนนี้ตั้งแต่แรก จานของลูกอยู่ตรงนั้น ที่นั่งของลูกอยู่ตรงนั้น ความเจ็บปวดของพ่อคือการเห็นลูกยืนอยู่มุมห้องทั้งที่ที่นั่งรอเขาอยู่
    • พระคัมภีร์: ผมอ่านเจอในลูกา 15:22-23 ตอนที่บุตรน้อยหลงหายกลับบ้าน พ่อสั่งให้ "ฆ่าลูกวัวอ้วนนั้นเสีย เราจงกินเลี้ยงกันให้เป็นที่ยินดี" สังเกตว่าพ่อไม่ได้ให้ลูกยืนเฝ้าประตูก่อน ไม่ได้ให้พิสูจน์ตัวเองก่อน แต่ จับนั่งที่โต๊ะทันที เพราะโต๊ะคือที่ประกาศว่า "เจ้าเป็นลูกของฉัน"
    • ที่นั่งของคุณไม่ได้ถูกยึด ไม่ได้ถูกยกให้คนอื่น มันรอคุณอยู่
  4. การเชื่อมต่อไม่ใช่ทางเลือก แต่คือการหายใจของจิตวิญญาณ

    • มนุษย์ถูกสร้างมาเพื่ออยู่ด้วยกัน: ในหนังสือปฐมกาล พระเจ้าเห็นทุกอย่างว่า "ดี" แต่มีสิ่งเดียวที่พระองค์พูดว่า "ไม่ดี" — คือการที่มนุษย์อยู่คนเดียว ความเหงาไม่ใช่เพราะคุณอ่อนแอ มันคือเสียงเตือนของพระเจ้าที่บอกว่าคุณถูกออกแบบมาให้ต้องการคนอื่น
    • การซ่อนตัวเป็นบาดแผลไม่ใช่ทางออก: เวลาเราเจ็บ เราชอบซ่อนตัว เราคิดว่าถ้าไม่มีใครเห็น เจ็บก็จะหายเอง แต่ความจริงคือ แผลที่ไม่ถูกดูแล มันไม่หาย มันแค่กลายเป็นแผลเป็นที่หนาขึ้น
    • เวลาเรา: เวลาเรารู้สึกไม่เป็นส่วนหนึ่ง สัญชาตญาณเราคือถอยหลัง ไม่คุย ไม่ไป ไม่โผล่ ไม่ส่งข้อความ แต่นั่นทำให้ความรู้สึกไม่เป็นส่วนหนึ่งยิ่งใหญ่ขึ้น เพราะ ยิ่งซ่อน ยิ่งไม่เป็นส่วนหนึ่งจริงๆ ไม่ใช่เพราะไม่มีที่ให้ แต่เพราะเราเลือกจะไม่ไป
    • พระคัมภีร์: ใน ฮีบรู 10:24-25 เขียนว่า "และให้เราพิจารณาดูว่า เราจะปลุกใจกันและกันอย่างไร... อย่าขาดการประชุมเหมือนอย่างบางคนที่ขาดอยู่นั้น" ผู้เขียนไม่ได้บอกให้ไปโบสถ์เพื่อทำหน้าที่ แต่บอกว่าการอยู่ด้วยกันคือวิธีที่พระเจ้าปลุกใจเรา เราไม่ได้ต้องการชุมชนเพราะมันดี เราต้องการเพราะเราจะพังถ้าไม่มี
    • อย่าให้ความรู้สึก "ฉันเข้ากับใครไม่ได้" หลอกคุณให้เดินคนเดียว
  5. คนที่รู้สึกไม่เป็นส่วนหนึ่ง มักเป็นคนที่ถูกเรียกให้เปลี่ยนสถานที่นั้น

    • ความรู้สึกอึดอัดอาจเป็นการทรงเรียก: บางครั้งที่คุณรู้สึกไม่เข้ากับที่ใดที่หนึ่ง ไม่ใช่เพราะคุณ "ผิด" แต่เพราะ คุณถูกเรียกให้พาสิ่งที่ยังไม่มีในที่นั่นเข้ามา คุณคือกลิ่นใหม่ ตัวจริงในห้องที่คุ้นเคยแต่ความปลอม
    • โลกไม่ได้ต้องการสำเนา: ถ้าทุกคนในห้องเป็นแบบเดียวกันหมด ห้องนั้นจะแคบเกินไป คุณรู้สึกแตกต่างเพราะคุณควรจะแตกต่าง ไม่ใช่ข้อบกพร่อง คือของขวัญ
    • ผมเคย: ผมเคยรู้สึกว่าตัวเองไม่เข้ากับกลุ่มไหนเลย กลุ่มคริสเตียนจริงจังก็รู้สึกฝืน กลุ่มโลกก็รู้สึกห่าง จนวันหนึ่งพระเจ้าทำให้เข้าใจว่าผมไม่ได้ถูกออกแบบให้ "เข้ากลุ่ม" ผมถูกออกแบบให้ เป็นสะพาน และสะพานตามธรรมชาติต้องอยู่คร่อมระหว่างที่ ไม่ใช่จมอยู่ในที่ใดที่หนึ่ง
    • พระคัมภีร์: ใน 1 เปโตร 2:9 เขียนว่า "แต่ท่านทั้งหลายเป็นชาติที่พระองค์ทรงเลือกไว้แล้ว เป็นพวกปุโรหิตหลวง เป็นประชาชาติบริสุทธิ์ เป็นชนชาติของพระเจ้าโดยเฉพาะ..." พระคัมภีร์เรียกเราว่า "ชนชาติของพระเจ้าโดยเฉพาะ" เราถูกออกแบบให้แตกต่าง ไม่ใช่เพื่อโดดเดี่ยว แต่เพื่อเป็นพยาน
    • ความไม่เข้ากันของคุณอาจไม่ใช่ปัญหาที่ต้องแก้ แต่คือเสียงที่ต้องฟัง
  6. ประตูที่เปิดที่สุด คือประตูที่คุณกลัวจะเดินผ่านมากที่สุด

    • ศัตรูกลัวการเชื่อมต่อของคุณ: คนที่พยายามทำให้คุณรู้สึกไม่เป็นส่วนหนึ่ง กลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้นถ้าคุณพบชุมชนที่รักคุณจริง เพราะ คนที่เชื่อมต่อคือคนที่ยาก จะทำลาย
    • ความกลัวเป็นตัวบอกทาง: ที่ๆ คุณกลัวจะเดินเข้าไปมากที่สุด บ่อยครั้งคือที่ที่พระเจ้าเตรียมไว้ให้คุณ ความรู้สึก "ฉันไม่อยากไป" อาจเป็นสัญญาณว่ามีบางอย่างในที่นั้นจะเปลี่ยนคุณ
    • ลองนึกภาพว่า: คนคนหนึ่งได้ยินเรื่องกลุ่มเล็กในโบสถ์ที่รวมตัวกันทุกวันพฤหัส เขาลังเลอยู่ 3 เดือน คิดในหัวว่า "ไม่ต้องหรอก ฉันคุยกับคนใหม่ไม่เก่ง" แต่วันหนึ่งเขาบังคับตัวเองเข้าไป เจอคนหนึ่งพูดสิ่งที่เขาเก็บซ่อนไว้มา 20 ปีออกมาดังๆ กลางวง เขาร้องไห้ทั้งคืน ไม่ใช่เพราะเศร้า แต่เพราะรู้ว่าตัวเอง "ไม่ได้อยู่คนเดียว" มาตลอด
    • พระคัมภีร์: ใน สดุดี 27:1 เขียนว่า "พระเจ้าทรงเป็นความสว่างและความรอดของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะกลัวผู้ใดเล่า" ความกลัวไม่มีอำนาจสั่งการชีวิตคุณ เมื่อคุณเข้าใจว่าพระเจ้าเดินอยู่ข้างหน้าคุณเข้าห้องนั้น
    • ก้าวแรกที่กลัวที่สุด คือก้าวที่พลิกชีวิตได้มากที่สุด
  7. การเป็นส่วนหนึ่งเริ่มจากคุณรับตัวเอง ก่อนที่จะให้คนอื่นรับ

    • คุณต้องเปิดประตูภายในก่อน: ถ้าคุณยังปฏิเสธตัวเองอยู่ ไม่มีชุมชนไหนในโลกจะทำให้คุณรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งได้ เพราะ สายตาที่คุณมองตัวเอง จะเป็นสายตาที่คุณสมมติว่าคนอื่นมองคุณ
    • การรับตัวเองไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว: พระเจ้ารักคุณแล้ว ถ้าคุณไม่รักตัวเองด้วย เท่ากับคุณเห็นตัวเองต่ำกว่าที่พระเจ้าเห็น นั่นคือการปฏิเสธการประเมินค่าของพระเจ้า โดยที่คุณอาจไม่รู้ตัว
    • ผมเคยพูดกับตัวเอง: ผมเคยพูดกับตัวเองในกระจกทุกเช้าเป็นเดือนๆ ว่า "พระเจ้ารักคุณ พระเจ้าเลือกคุณ พระเจ้าไม่พลาดเมื่อสร้างคุณ" ตอนแรกรู้สึกโง่มาก แต่หลังจากนั้นเสียงในหัวที่โกหกมาตลอดชีวิตค่อยๆ เบาลง เพราะผมกำลังเปลี่ยน "อาหาร" ที่ให้กับใจ
    • พระคัมภีร์: ใน สดุดี 139:14 เขียนว่า "ข้าพระองค์จะสรรเสริญพระองค์ เพราะพระองค์ทรงสร้างข้าพระองค์อย่างอัศจรรย์และน่ากลัว" "อย่างอัศจรรย์" — นี่คือคำที่พระเจ้าใช้กับคุณ ไม่ใช่ "พอใช้" ไม่ใช่ "ก็โอเค" แต่คือ "อัศจรรย์" และคุณมีสิทธิ์จะเชื่อคำนี้มากกว่าเสียงในหัวที่บอกว่าคุณไม่พอ

สนองตอบถ้อยคำของพระเจ้า

  • จดบันทึกเสียงที่โกหกคุณ: สัปดาห์นี้ให้พกสมุดเล็กติดตัว ทุกครั้งที่คุณได้ยินเสียงในหัวบอกว่า "ฉันไม่พอ ฉันไม่เหมาะ ฉันไม่ควรอยู่ที่นี่" — จดลงไปทั้งประโยค แล้วเขียนข้างๆ ว่า "นี่ไม่ใช่เสียงของพระเจ้า" การเห็นเสียงเหล่านี้บนกระดาษจะช่วยแยกมันออกจากตัวตนจริงของคุณ

  • เชื่อมต่อกับ 1 คนสัปดาห์นี้: เลือกคนหนึ่งที่คุณเคยรู้สึกว่า "อยากคุยด้วยแต่ไม่กล้า" แล้วส่งข้อความสั้นๆ ว่า "อยากทานกาแฟด้วยไหมสัปดาห์นี้?" ไม่ต้องมีวาระ ไม่ต้องมีเรื่องคุย แค่มา การเป็นส่วนหนึ่งเริ่มจากการยอมเสี่ยงเล็กๆ ไม่ใช่จากการรอให้คนอื่นทักก่อน

  • อธิษฐานประโยคเดียวทุกเช้า: ก่อนลุกจากเตียงพูดออกเสียงว่า "พระเจ้า วันนี้ผมเชื่อว่าผมเป็นลูกของพระองค์ ที่นั่งของผมที่โต๊ะพระองค์ยังว่างรอผมอยู่" 21 วันติดต่อกัน ให้ประโยคนี้เป็นสิ่งแรกที่จิตวิญญาณของคุณได้ยินก่อนโลกจะพูดใส่คุณ

  • เข้ากลุ่มเล็กที่คุณลังเลอยู่: ถ้ามีกลุ่มเล็ก กลุ่มศึกษาพระคัมภีร์ หรือกลุ่มอธิษฐานที่คุณรู้อยู่แล้วว่าควรไป แต่ยังลังเลอยู่ — สัปดาห์นี้ตัดสินใจครั้งเดียวว่า "ผมจะไป" ไม่ต้องเตรียมตัวมาก แค่โผล่ ก้าวแรกทำได้ก้าวเดียวเท่านั้น

  • บอกคนอื่นว่าเขาเป็นส่วนหนึ่ง: วิธีที่เร็วที่สุดที่จะรู้สึกว่าคุณเป็นส่วนหนึ่ง คือ ทำให้คนอื่นรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งก่อน สัปดาห์นี้บอก 3 คนว่า "ดีใจนะที่คุณอยู่ที่นี่" — คนที่คุณไม่ค่อยรู้จัก คนที่เงียบๆ คนที่ดูเหมือนยืนอยู่ริมๆ

กลับไปที่ผู้หญิงคนที่ยืนอยู่หน้าประตูงานเลี้ยง มือถือการ์ดเชิญยับๆ ในมือเอาไว้ ผมอยากบอกคุณว่าถ้าคุณคือคนคนนั้น ประตูตรงหน้าคุณไม่เคยล็อก และเจ้าของงานไม่ได้กำลังเช็คว่าใครสมบูรณ์แบบพอจะเข้าไป พระองค์กำลังยืนอยู่ที่ประตู มองเห็นคุณ รอคุณอยู่ ไม่ใช่รอให้คุณสวยขึ้น ไม่ใช่รอให้คุณแก้ไขทุกอย่างในชีวิต แต่รอให้คุณ แค่เดินเข้ามา ผมเชื่อว่าถ้าวันนี้คุณกล้าเดินก้าวเดียว — ก้าวที่คุณกลัวที่สุด ก้าวที่ดูเหมือนไม่มีเหตุผลจะกล้า ก้าวที่คุณเลื่อนมาเป็นเดือนหรือเป็นปี — คุณจะพบว่าที่นั่งของคุณที่โต๊ะยังอยู่ตรงนั้น ยังอุ่น ยังมีชื่อของคุณเขียนไว้ และไม่มีใครในห้องนั้นแปลกใจที่คุณมา เพราะเจ้าของงานได้บอกทุกคนไว้ล่วงหน้าแล้วว่า "คืนนี้จะมีคนสำคัญมา" — และคนสำคัญคนนั้นคือคุณ วันนี้ผมขอให้คุณลองเปิดประตูนั้นดู แค่ครั้งเดียว แล้วดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับใจคุณ

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมฉันถึงรู้สึกไม่เป็นส่วนหนึ่งแม้แต่ในโบสถ์?+
ความรู้สึกไม่เป็นส่วนหนึ่งมักเกิดจากเสียงภายในที่ตีความสถานการณ์ผ่านบาดแผลในอดีต ไม่ใช่จากความจริงในปัจจุบัน แม้พระเจ้าจะรับคุณเป็นลูกในโรม 8:15 ความรู้สึกก็ยังต้องใช้เวลาไล่ตามความจริงของสถานะนั้น
ฉันต้องเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้นก่อนเข้าใกล้พระเจ้าไหม?+
ไม่ต้อง โรม 5:8 บอกว่าพระคริสต์สิ้นพระชนม์เพื่อเราขณะที่เรายังเป็นคนบาป การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลังจากเข้ามาหาพระเจ้า ไม่ใช่ก่อน พระองค์รักคุณในสภาพปัจจุบันของคุณ
จะเริ่มเชื่อมต่อกับคริสเตียนคนอื่นได้อย่างไรถ้ากลัวและเขินอาย?+
เริ่มจากก้าวเล็กที่สุด — ส่งข้อความหาคนหนึ่งคนเพื่อทานกาแฟด้วยกัน หรือเข้ากลุ่มเล็กที่ลังเลอยู่โดยไม่ต้องเตรียมตัวเยอะ การเชื่อมต่อไม่ต้องเริ่มด้วยการเปิดใจใหญ่ๆ ต้องเริ่มด้วยการโผล่หน้าไปให้เห็น
ความเหงาเป็นบาปไหม?+
ไม่ใช่บาป ความเหงาเป็นสัญญาณที่พระเจ้าออกแบบไว้ในตัวมนุษย์เพื่อบอกว่าเราถูกสร้างให้อยู่ในความสัมพันธ์ ตั้งแต่ปฐมกาลที่พระเจ้าตรัสว่า "ไม่ควรที่มนุษย์จะอยู่คนเดียว" ความเหงาจึงเป็นการเรียกให้กลับสู่การเชื่อมต่อ ไม่ใช่ข้อบกพร่องที่ต้องซ่อน
อ.ทิโมธี เจนพัฒน
อ.ทิโมธี เจนพัฒน
ผู้ก่อตั้งพันธกิจ Thai Church Media