คุณคือคนที่คุณฟัง

ภาพ: Marc Cordeau (unsplash)
ตัวตนและความเชื่อของคนหนึ่ง ถูกหล่อหลอมจากเสียงที่ฟังซ้ำๆ ทุกวันมากกว่าเหตุการณ์ใหญ่ครั้งเดียว การเลือกสภาพแวดล้อม เสียงที่รับเข้าใจ และคนที่เดินร่วมด้วย จึงเป็นการตัดสินใจฝ่ายวิญญาณที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง เพราะพระเจ้ามักพูดผ่านคนและสิ่งที่พระองค์วางไว้รอบตัวเรา
เมื่อสองปีก่อน ผมสังเกตว่าตัวเองพูดเหมือนคนที่ผมฟังทุกวัน ทั้งคำ ทั้งน้ำเสียง ทั้งมุมมองต่อโลก — และผมตกใจ เพราะผมไม่ได้ตั้งใจจะเป็นแบบนั้น มันเกิดขึ้นเงียบๆ ทีละหยด จนกลายเป็นตัวตนโดยที่ผมไม่รู้ตัว วันนี้ผมอยากชวนคุณหยุดสักครู่ แล้วถามตัวเองว่า เสียงไหนกำลังเขียนใจคุณอยู่
3 ความจริงที่เปลี่ยนวิธีเลือกเสียงในชีวิต
เสียงที่คุณฟังทุกวัน กำลังปั้นตัวตนของคุณเงียบๆ
หัวใจไม่ได้เปลี่ยนแบบพลุ: ใจคนไม่ได้เปลี่ยนเพราะเหตุการณ์ใหญ่วันเดียว มันเปลี่ยนเพราะ สิ่งเล็กๆ ที่ซ้ำๆ ทุกวัน เสียงที่คุณให้เข้าหูตอนตื่นนอน สิ่งที่คุณเลื่อนดูก่อนหลับ บทสนทนาที่คุณอยู่ในนั้นทุกเที่ยงวัน — ทั้งหมดนี้ทำงานเหมือนหยดน้ำที่ค่อยๆ เจาะหิน
สมองเราออกแบบมาให้เลียนแบบ: พระเจ้าสร้างเรามาให้เรียนรู้จากคนรอบตัว ตั้งแต่วัยเด็กเราเรียนพูดโดยการฟัง เราเรียนเดินโดยการมอง และเมื่อโตขึ้น เราก็ยัง ซึมซับความคิด ความเชื่อ และความรู้สึกจากคนรอบข้าง โดยไม่รู้ตัว ไม่มีใครหลีกหนีกลไกนี้ได้ ต่อให้บอกตัวเองว่า "ผมมีความคิดเป็นของตัวเอง"
ลองนึกภาพว่าคุณกินอาหารเดิมทุกวัน 3 เดือน: ร่างกายคุณจะเปลี่ยนไป — เลือด กล้ามเนื้อ พลังงาน ทุกอย่างจะสะท้อนสิ่งที่คุณกิน ใจก็เหมือนกัน ถ้า 3 เดือนที่ผ่านมาคุณฟังแต่เสียงที่บ่น เสียงที่โกรธ เสียงที่หมดหวัง คุณก็จะกลายเป็นคนแบบนั้นโดยไม่รู้ตัว ในทางกลับกัน ถ้าคุณเลือกฟังเสียงแห่งพระคุณ เสียงแห่งความจริง เสียงที่ยกระดับ ใจคุณจะค่อยๆ ถูกปั้นให้เป็นเหมือนสิ่งนั้น
ผมอ่านเจอใน สุภาษิต 13:20 ว่า "บุคคลที่เดินกับปราชญ์ก็กลายเป็นปราชญ์ แต่เพื่อนฝูงของคนโง่จะรับความเสียหาย" พระคัมภีร์ไม่ได้บอกว่า "คุยกับ" หรือ "รู้จัก" — แต่บอกว่า "เดินกับ" เพราะพระเจ้ารู้ว่าอิทธิพลที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในบทสนทนาครั้งเดียว มันอยู่ในระยะทางที่เดินร่วมกัน
นี่คือเหตุผลที่คุณต้องเริ่มตั้งคำถามให้ถูก ไม่ใช่ "ฉันคิดอะไรอยู่" แต่ต้องถามว่า "ฉันฟังใครมากที่สุดในสัปดาห์นี้"
คุณควบคุมใจคนอื่นไม่ได้ แต่คุณเลือกสิ่งแวดล้อมของตัวเองได้
มีสิ่งหนึ่งที่คุณควบคุมไม่ได้: คุณควบคุมไม่ได้ว่าใครจะพูดอะไรกับคุณ ควบคุมไม่ได้ว่าโลกโซเชียลจะยัดอะไรใส่ฟีดคุณเป็นค่าเริ่มต้น ควบคุมไม่ได้ว่าคนที่ทำงานข้างๆ จะบ่นเรื่องอะไรวันนี้
แต่มีสิ่งหนึ่งที่คุณควบคุมได้เต็มที่: คุณเลือก สภาพแวดล้อมที่คุณจะเข้าไปอยู่ ได้ คุณเลือกได้ว่าจะ subscribe ช่องไหน จะเปิดหนังสือเล่มไหนตอนเช้า จะเข้ากลุ่มที่โบสถ์ไหน จะไปนั่งกินข้าวกับใครในวันหยุด นี่ไม่ใช่การหนีโลก แต่มันคือ การเลือกดินที่จะปลูกใจของคุณ
เวลาเราปลูกต้นไม้ เราไม่ปลูกในทะเลทราย: เราหาดินที่ดี ที่ชื้น มีแดดพอเหมาะ เพราะเรารู้ว่าต้นไม้เล็กๆ อ่อนแอเกินกว่าจะสู้กับสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย ใจของคุณก็เช่นกัน ถ้าคุณยังกำลังเยียวยา ยังกำลังเติบโต ยังกำลังเรียนรู้ที่จะเดินกับพระเจ้า — อย่าไปยืนกลางที่ที่จะดูดพลังคุณจนหมด ไปยืนในที่ที่จะรดน้ำใจคุณ
ผมเคยผ่านช่วงที่ผมพยายามเปลี่ยนคนรอบตัวให้เข้าใจผม ผมทุ่มพลังไปมาก และผมล้ม สุดท้ายผมพบว่า สิ่งที่ผมเปลี่ยนได้จริงๆ คือประตูของห้องที่ผมยืนอยู่ ไม่ใช่คน ผมเลือกที่จะเดินเข้าไปในห้องใหม่ นั่งลงในที่ที่มีคนพูดเรื่องพระเจ้าเป็นภาษาแม่ และค่อยๆ ใจผมเริ่มหายใจอีกครั้ง
ใน 1 โครินธ์ 15:33 เขียนว่า "อย่าถูกหลอกลวงเลย 'การคบเพื่อนชั่วย่อมทำให้อุปนิสัยที่ดีเสียไป'" คำว่า "อุปนิสัย" ในภาษากรีกหมายถึง "วิถีชีวิต" ไม่ใช่แค่พฤติกรรมชั่วคราว พระเจ้าเตือนเราตรงๆ ว่าสิ่งแวดล้อมมีอำนาจมากพอที่จะบิดทิศทางทั้งชีวิตได้
นี่ไม่ใช่การตัดคนออกจากชีวิตอย่างใจร้าย — นี่คือ การเลือกรับผิดชอบต่อดินที่คุณกำลังปลูกอยู่
พระเจ้าพูดผ่านคนที่พระองค์วางไว้รอบคุณ
พระเจ้าไม่ได้พูดจากฟ้าเสมอไป: บ่อยครั้งพระองค์พูดผ่านคนธรรมดา คนที่พระองค์ตั้งใจวางไว้ในเส้นทางของคุณ อาจเป็นเพื่อนที่ส่งข้อความมาถามในวันที่คุณกำลังจะล้ม อาจเป็นคำเทศนาที่คุณฟังโดยบังเอิญที่แตะจุดพอดี อาจเป็นคำพูดสั้นๆ ของเด็กที่พูดความจริงตรงๆ โดยไม่รู้
ความจริงคือ พระเจ้ารักคุณมากพอที่จะส่งคน: พระองค์ไม่ได้ทิ้งคุณให้ต้องเดินคนเดียว พระองค์วางคนไว้รอบคุณเสมอ — คำถามคือ คุณกำลังมองเห็นพวกเขาไหม หรือคุณยุ่งเกินไปกับการฟังเสียงในหัวตัวเอง
ลองนึกภาพว่าคุณอยู่บนเรือลำเล็ก กลางทะเลที่มีคลื่น: ถ้าคุณมองรอบตัว คุณจะเห็นว่ามีคนอื่นบนเรือด้วย บางคนพายเก่งกว่า บางคนเห็นทิศทางชัดกว่า บางคนถือแผนที่ที่คุณอ่านไม่ออก การยอมให้คนเหล่านี้พูดเข้ามาในชีวิต ไม่ใช่จุดอ่อน — มันคือปัญญา คนที่พยายามเดินคนเดียวเสมอ ไม่ได้แข็งแรง แต่กำลังเปลี่ยว
ผมอ่านเจอใน สุภาษิต 27:17 ว่า "เหล็กลับเหล็กได้ฉันใด คนหนึ่งก็ลับเพื่อนของตนได้ฉันนั้น" ภาพนี้สวยงามมาก เหล็กลับกันได้ต้องมี แรงเสียดสี ต้องมีความจริงที่บางครั้งเจ็บ แต่นั่นแหละที่ทำให้คมขึ้น พระเจ้าใช้คนอื่นในการลับใจของคุณ และคนที่พระองค์ใช้อาจไม่ใช่คนที่คุณคาดหวัง
บางครั้งพระเจ้าอาจไม่ได้ตอบคำอธิษฐานของคุณด้วยเสียงจากฟ้า — พระองค์อาจตอบด้วยการส่งใครสักคนมานั่งข้างๆ คุณในวันที่มืดที่สุด อย่าพลาดคำตอบเพราะคุณกำลังรอในรูปแบบผิด
สนองตอบถ้อยคำของพระเจ้า
ตรวจสอบเมนูของใจ 7 วันย้อนหลัง: จดลงในสมุดว่าใน 7 วันที่ผ่านมา คุณฟังใคร ดูอะไร อ่านอะไรมากที่สุด แล้วถามตรงๆ ว่า "สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมใกล้พระเจ้าขึ้น หรือไกลออกไป" ตัวเลขไม่โกหก และเมนูของสัปดาห์ที่ผ่านมา คือรูปร่างของคุณในอีก 6 เดือนข้างหน้า
เลือกเสียงแรกของวัน: ก่อนคุณจะเปิดโซเชียล ก่อนจะเช็คข่าว ก่อนจะฟังเสียงใคร — เปิดพระคัมภีร์หรือคำอธิษฐานสั้นๆ ให้เป็น เสียงแรกที่ใจคุณได้ยินในวันนั้น เพียง 5 นาทีก็พอ แต่มันจะตั้งทิศทางของทั้งวัน
เข้าไปในห้องใหม่หนึ่งห้อง: สัปดาห์นี้ ลองหาห้องหนึ่งที่คุณไม่เคยเข้า — กลุ่มเซลล์ที่โบสถ์ ชั้นเรียนพระคัมภีร์ วงพูดคุยของคริสเตียนที่ชวนคุณมานาน ก้าวเดียวเข้าไป แล้วดูว่าพระเจ้าจะทำอะไร ห้องใหม่มักคือทางที่พระองค์เปิด
บอกคนหนึ่งคนว่าคุณต้องการเขา: เลือกคนที่ใจคุณเคารพ แล้วส่งข้อความสั้นๆ ว่า "ผมอยากขอให้พี่/คุณช่วยพูดความจริงเข้ามาในชีวิตผมได้ไหม" การเปิดประตูใจให้คนที่ถูก คือ หนึ่งในการอธิษฐานที่พระเจ้าตอบเร็วที่สุด
ปลดปล่อยเสียงที่กำลังกัดกินคุณ: ถ้ามีเสียงหนึ่งที่คุณรู้ว่ากำลังทำลายใจคุณอยู่ — บัญชีหนึ่งที่คุณรู้ว่าไม่ควรตาม บทสนทนาที่คุณรู้ว่าลากคุณลง — กดเลิกติดตาม ปิดโทรศัพท์ เดินออกจากห้อง วันนี้ ไม่ต้องรอวันจันทร์ ไม่ต้องรอปีใหม่
ในโลกที่ทุกอย่างพยายามแย่งความสนใจของคุณ การเลือกเสียงที่จะฟัง คือหนึ่งในการอธิษฐานที่เงียบที่สุดและทรงพลังที่สุดที่คุณจะทำได้ ไม่มีใครกลายเป็นคนที่พระเจ้าตั้งใจให้เป็น โดยบังเอิญ — มันเกิดขึ้นเมื่อคุณจงใจ เลือกดิน เลือกน้ำ เลือกแดด ที่จะรดใจของคุณทุกวัน วันนี้ผมขอให้คุณลองแค่อย่างเดียวก่อน คือหยิบสมุดขึ้นมา แล้วเขียนชื่อคนสามคน หรือเสียงสามเสียงที่คุณอยากให้เข้ามาปั้นใจคุณในปีนี้ แล้วอธิษฐานเบาๆ ว่า "พระเจ้าครับ ช่วยเปิดประตูของห้องที่ผมควรเดินเข้าไปด้วย" ผมเชื่อว่าพระองค์กำลังรอคำอธิษฐานแบบนี้อยู่ และผมหวังว่าอีกหนึ่งปีจากวันนี้ คุณจะมองย้อนกลับมาแล้วเห็นว่าเสียงที่คุณเลือกในวันนี้ ได้กลายเป็นตัวตนใหม่ที่คุณภูมิใจในพระคริสต์ — เพราะสุดท้ายแล้ว คุณคือคนที่คุณฟัง และพระเจ้าอยากให้เสียงของพระองค์เป็นเสียงที่ดังที่สุดในใจคุณ
คำสำคัญในบทความนี้
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมสิ่งแวดล้อมถึงมีผลต่อความเชื่อมากขนาดนั้น?+
จะเริ่มเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมของตัวเองได้อย่างไรถ้ารู้สึกว่าติดอยู่?+
การเลือกไม่คบบางคนไม่ใช่เรื่องใจร้ายหรือ?+
จะรู้ได้อย่างไรว่าใครคือคนที่พระเจ้าวางไว้ให้เดินด้วย?+
