คำเทศนา
เนื้อหาความหวัง กำลังใจ และความเชื่อในชีวิตประจำวัน · 35 เรื่อง
35 เรื่อง · แสดง 12
พระเจ้าของหลังจากนั้น
โลกสอนเราว่า ตัวจริงของคุณ คือสิ่งที่คุณทำตอนนั้น — ในวินาทีที่กดดัน ในนาทีที่ใครยั่ว ในชั่วขณะที่คุณพลาด แต่พระเจ้าทำงานคนละแบบ พระองค์ไม่ได้วัดคุณจากวินาทีที่คุณล้ม พระองค์วัดคุณจากสิ่งที่คุณยอมให้พระองค์ทำ หลังจากนั้น ที่ที่เรามักคิดว่า
ร้องไห้หาพระเจ้า คือการไว้วางใจ
มีบางสิ่งที่เสียงร้องไห้บอกชัดกว่าคำอธิษฐานสวยๆ ที่เราเตรียมมาทั้งสัปดาห์ เพราะน้ำตาไม่เคยโกหก และความเงียบที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ไม่ใช่ความเงียบของคนที่หมดศรัทธา แต่เป็นความเงียบของคนที่ยังเชื่อมากพอจะร้องเรียกใครสักคน ลองสังเกตดูดีๆ คนท
เสียงพระคุณ ดังกว่าเสียงบาป
บาปตะโกนใส่หูเราด้วยเสียงดัง สัญญาว่าจะให้ทุกอย่าง — ความสุข ความสำเร็จ ความรู้สึกว่ามีค่า แต่พระคุณกลับพูดเบาๆ ไม่แย่งเวที ไม่โวยวาย เพียงแต่ยืนอยู่ที่ประตูใจคุณตลอดเวลา และนี่คือสิ่งที่หลายคนไม่เคยรู้ว่าเสียงเบาๆ นั้นแหละที่หนักแน่นที่สุด
เสียงของพระเจ้า ไม่ใช่เสียงเดียวที่ดังในใจ
มีบางสิ่งที่ความเงียบบอกเราชัดกว่าเสียง และมีบางเสียงที่ดังในใจเรา ไม่ใช่เพราะมันจริง แต่เพราะมันซ้ำ ลองสังเกตดูสิ ในวันที่ใจเราเปราะที่สุด เสียงไหนพูดดังที่สุด? บ่อยครั้งไม่ใช่เสียงของพระเจ้า ไม่ใช่เสียงของคนรักเรา แต่เป็นเสียงของศัตรู ที่
ไม่มีใครชนะโดยบังเอิญ
คุณเคยรู้สึกไหมว่าชีวิตของคุณกำลังลอยไปเรื่อยๆ เหมือนใบไม้ที่ตกลงในแม่น้ำ ไม่ได้เลือกทาง ไม่ได้กำหนดปลายทาง แค่ไหลไปตามกระแส? คุณตื่นมาในวันจันทร์ และก่อนรู้ตัวก็เป็นวันศุกร์ คุณเริ่มต้นปีด้วยความตั้งใจมากมาย และก่อนรู้ตัวก็ธันวาคมอีกแล้ว แ
งอ...แต่ไม่หัก
มีช่วงหนึ่งในชีวิตผมที่ทุกอย่างถาโถมเข้ามาพร้อมกัน — งาน ครอบครัว สุขภาพ ความฝัน — และผมจำได้ดีว่าคืนนั้นผมนั่งอยู่บนพื้นห้องนอน มองเพดาน แล้วถามตัวเองว่า "ผมจะทนต่อไปได้อีกนานแค่ไหน?" คำตอบที่ผมได้ในวันนั้นไม่ใช่คำตอบที่ผมคาดไว้ — และมันเป
ผ้าขี้ริ้วเก่า ที่ยกฉันพ้นโคลน
คุณเคยมองดูสิ่งที่คุณคิดว่าไร้ค่าที่สุดในชีวิตคุณ แล้วสงสัยไหมว่ามันยังมีประโยชน์อะไรอยู่บ้าง? ความล้มเหลวเก่าๆ บาดแผลที่คุณอยากลืม ฤดูกาลที่คุณเดินผ่านมาแบบไม่อยากให้ใครรู้ — ทำไมพระเจ้าถึงปล่อยให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้น ในเมื่อพระองค์รักคุณ
ยกหน้าขึ้น เมื่อใจกำลังจม
ถ้าวันนี้คุณกำลังแบกอะไรที่หนักจนหายใจไม่ทั่วท้อง ผมอยากชวนคุณอ่านบทความนี้ช้าๆ ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องเข้าใจทุกประโยคในรอบแรกก็ได้ ผมเขียนเพราะเชื่อว่าพระเจ้าวางบางอย่างในใจให้บอกคนที่กำลัง จมอยู่กับตัวเอง มานานเกินไป จมอยู่กับเสียงในหัวที่บอกว
คุณมีค่า ก่อนจะพิสูจน์อะไร
ยิ่งคุณวิ่งหาคุณค่า คุณยิ่งหลุดมือจากมัน ฟังดูแปลกใช่ไหม? แต่นี่คือกับดักที่ผมเห็นคนติดอยู่ตลอด — รวมถึงตัวผมเองในหลายปีที่ผ่านมา เรายิ่งทำเยอะ ยิ่งโพสต์เยอะ ยิ่งพยายามให้คนยอมรับ คุณค่าในใจเรากลับยิ่งบางลง เหมือนน้ำที่ตักจากบ่อโดยไม่รู้ว่า
เสียงที่ดังที่สุด มักไม่ใช่ความจริง
ยิ่งเสียงในหัวคุณดังเท่าไหร่ ยิ่งเป็นไปได้ว่ามันไม่ใช่เสียงของพระเจ้ามากเท่านั้น ฟังดูย้อนแย้งใช่ไหม? เพราะเราถูกสอนมาว่า "ถ้าจริง ต้องชัด ถ้าจริง ต้องดัง ถ้าจริง ต้องรู้สึก" แต่ผมใช้เวลาหลายปีกว่าจะค้นพบว่า ความจริงของพระเจ้าไม่ตะโกน — สิ่
น้ำพระทัยพระเจ้า ซ่อนอยู่ในสิ่งที่พระองค์บอกแล้ว
คุณเคยใช้เวลาเป็นเดือนเป็นปี อธิษฐานขอให้พระเจ้าเปิดเผยน้ำพระทัยของพระองค์สำหรับชีวิตคุณไหม? คุณรอสัญญาณ รอความรู้สึกชัดเจน รอเสียงในใจที่จะบอกว่า "ไปทางนี้สิ" — แต่ท้องฟ้ายังเงียบอยู่เหมือนเดิม แล้วคุณก็เริ่มสงสัยว่าพระเจ้าได้ยินคำอธิษฐานข
ก่อนกำแพงพัง พระองค์ขยับแล้ว
คุณเคยรู้สึกไหมว่ายิ่งรอ ก็ยิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น? ยิ่งอธิษฐาน ฟ้าก็ยิ่งเงียบ ยิ่งฝืนยิ้ม น้ำตาก็ยิ่งใกล้จะไหล จนคุณเริ่มสงสัยว่า "ตกลงพระเจ้าได้ยินผมจริงๆ ไหม หรือว่าผมคุยกับเพดานอยู่คนเดียว?" ถ้าคำถามนี้เคยผุดขึ้นในใจคุณ — แม้แค่ครั้