มรดกที่ไม่ได้แลกมา

ภาพ: Gildo Cancelli (pexels)
มรดกฝ่ายวิญญาณในพระคริสต์ — ตัวตนใหม่ การให้อภัย ครอบครัวฝ่ายวิญญาณ — เป็นของขวัญที่ได้มาฟรี ไม่ใช่รางวัลที่ต้องแลกมาด้วยการทำงานหนัก เมื่อเข้าใจความจริงนี้ ชีวิตจะเปลี่ยนจากการพยายามพิสูจน์ตัวเอง เป็นการอยู่อาศัยในของขวัญด้วยความขอบคุณ และตอบสนองต่อความรักที่ได้รับฟรีด้วยการรับใช้ที่ล้นออกมาจากใจ
สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตคุณ คือสิ่งที่คุณไม่ได้ทำงานเพื่อให้ได้มา — และสิ่งที่คุณพยายามวิ่งหามากที่สุด มักเป็นสิ่งที่คุณไม่มีวันได้รับ ฟังดูขัดกับทุกอย่างที่โลกสอนเราใช่ไหมครับ โลกบอกว่า ทุกอย่างต้องแลกมา ทุกอย่างต้องสมน้ำสมเนื้อ ถ้าคุณไม่ทำงานหนัก คุณก็ไม่สมควรได้ ถ้าคุณไม่พิสูจน์ตัวเอง คุณก็ไม่มีสิทธิ์ครอบครอง แต่พระเจ้าทำสิ่งตรงข้ามทั้งหมด ทุกสิ่งที่สำคัญที่สุดในความสัมพันธ์ของคุณกับพระองค์ — ความรอด ครอบครัวฝ่ายวิญญาณ ตัวตนใหม่ — เป็น "มรดก" ทั้งหมด ไม่ใช่ "ค่าจ้าง" และความเข้าใจตรงนี้นี่แหละ ที่จะปลดล็อกชีวิตคุณจากภาระที่คุณไม่เคยถูกออกแบบให้แบก
3 ความจริงเกี่ยวกับมรดกที่พระเจ้ามอบให้คุณฟรีๆ
มรดกไม่ใช่รางวัล — มันคือของขวัญที่คุณเกิดมาพร้อมกับมัน
ความแตกต่างที่เปลี่ยนทุกอย่าง: รางวัลคือสิ่งที่คุณต้องชนะมัน คุณต้องวิ่ง ต้องสอบ ต้องพิสูจน์ ต้องเหนื่อย แล้วถึงจะได้ครอบครอง แต่มรดกไม่ทำงานแบบนั้น มรดกคือสิ่งที่ถูกส่งต่อมาให้คุณ — เพราะคุณเป็นใครคนหนึ่ง ไม่ใช่เพราะคุณทำอะไรมาก่อน
ลูกไม่ต้องทำงานเพื่อเป็นลูก: ลองนึกภาพเด็กคนหนึ่งที่เกิดมาในครอบครัว เขาไม่ต้องสมัครเข้าเป็นลูก เขาไม่ต้องสอบเข้า เขาไม่ต้องส่ง resume เขาแค่...อยู่ตรงนั้น และพ่อแม่ก็โอบกอดเขา ให้บ้าน ให้ชื่อ ให้นามสกุล ให้ทุกอย่างที่ครอบครัวมี — โดยที่เขาไม่ได้ทำอะไรเลย
เวลาเราพยายามหามรดก เราพลาดมัน: เวลาเราพยายาม "ทำงาน" เพื่อให้พระเจ้ารัก เพื่อให้พระองค์รับเรา เพื่อให้เราเป็น "คริสเตียนที่ดีพอ" — เราก็เปลี่ยนมรดกให้กลายเป็นรางวัล และเมื่อนั้น เราก็ไม่มีวันได้พักจริงๆ เพราะรางวัลต้องป้องกัน ต้องรักษา ต้องพิสูจน์ซ้ำตลอดเวลา แต่มรดกพักได้ เพราะมันเป็นของคุณตั้งแต่แรกแล้ว
ผมอ่านเจอใน เอเฟซัส 1:11 ว่า "ในพระองค์เราได้รับมรดก เพราะเราได้ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าตามพระประสงค์ของพระองค์" คำว่า "ได้รับ" นี่สำคัญมาก ไม่ใช่ "หาได้" ไม่ใช่ "ทำได้" — แต่ "ได้รับ" พระเจ้ามองมาที่คุณตั้งแต่ก่อนคุณเกิด แล้วพระองค์บอกว่า "คนนี้เป็นลูกของฉัน คนนี้จะได้รับสิ่งที่ฉันมี"
วันนี้ ถ้าคุณยังเหนื่อยกับการพยายาม "เป็นคริสเตียนที่ดีพอ" ผมอยากบอกคุณว่า — มันไม่ใช่งานของคุณ มันคือมรดกของคุณ และมรดกอันนี้นี่แหละ ที่จะนำคุณไปสู่ความจริงข้อต่อไป
คุณถูกใส่ไว้ในครอบครัวที่คุณไม่ได้เลือก — และนั่นคือพระคุณ
เราไม่ได้เลือกพี่น้องของเรา: ในครอบครัวฝ่ายเนื้อหนัง คุณไม่ได้เลือกว่าจะเกิดเป็นลูกของใคร ไม่ได้เลือกว่าพี่ของคุณจะเป็นคนแบบไหน น้องของคุณจะอารมณ์แบบไหน และในครอบครัวของพระเจ้าก็เหมือนกัน คุณไม่ได้เลือกว่าคนที่นั่งข้างคุณในคริสตจักรจะเป็นใคร พระเจ้าเป็นผู้เลือก
และมันคือของขวัญที่งดงามที่สุด: เพราะถ้าเราเลือกเอง เราจะเลือกแต่คนที่เหมือนเรา คิดเหมือนเรา ชอบสิ่งเดียวกัน ฐานะเดียวกัน อายุใกล้กัน แต่พระเจ้ารู้ว่าครอบครัวที่แท้จริงคือครอบครัวที่หลากหลาย ที่มีคนที่คุณไม่มีวันคบในวงสังคมปกติ — แต่ในพระคริสต์ เขาเป็นพี่ เป็นน้อง เป็นพ่อ เป็นแม่ของคุณ
ลองนึกภาพว่า: มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้าโบสถ์ครั้งแรก เธอเจ็บปวด เหนื่อยกับการสู้ชีวิตคนเดียว เธอไม่ได้คาดหวังอะไร แต่มีป้าวัยกลางคนเดินมาทักทาย ถามชื่อ ชวนนั่งข้างๆ และหลังจบ ก็ชวนไปกินข้าว ป้าคนนี้ไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่เพื่อน ไม่มีพันธะใดๆ — แต่ในพริบตา เธอกลายเป็นแม่ฝ่ายวิญญาณของหญิงสาวคนนี้ไปแล้ว นี่คือมรดกที่พระเจ้าให้ คือ "คน" ที่คุณไม่ต้องสร้างเอง
ผมอ่านเจอใน 1 เปโตร 2:9-10 ว่า "ท่านทั้งหลายเป็นชนชาติที่ทรงเลือกสรร...ซึ่งเมื่อก่อนไม่ได้เป็นชนชาติ แต่บัดนี้เป็นชนชาติของพระเจ้า" ผมชอบประโยคนี้มาก — "เมื่อก่อนไม่ได้เป็น แต่บัดนี้เป็น" คุณไม่ต้องสมัครเข้า ไม่ต้องผ่านการคัดเลือก พระเจ้ายกคุณเข้าสู่ครอบครัวเลย และครอบครัวนี้กว้างใหญ่กว่าที่คุณคิด
ถ้าวันนี้คุณรู้สึกโดดเดี่ยว ผมอยากบอกว่า — มีครอบครัวรอคุณอยู่ คุณแค่ยังไม่เห็นพวกเขา หรือยังไม่ได้เปิดใจให้พวกเขาเห็นคุณ และความจริงข้อสุดท้ายนี่แหละ ที่จะช่วยให้คุณก้าวเข้าไป
มรดกที่ได้ฟรีๆ ต้องการการอยู่อาศัยอย่างขอบคุณ ไม่ใช่การพิสูจน์
ของขวัญต้องการการเปิดมัน: การที่คุณได้มรดกฟรี ไม่ได้แปลว่าคุณจะใช้ชีวิตเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ลูกที่ได้รับบ้านเป็นมรดก ยังต้องเข้าไปอยู่ในบ้าน ยังต้องดูแลรักษา ยังต้องเรียกบ้านนั้นว่า "บ้านของฉัน" มรดกฝ่ายวิญญาณก็เหมือนกัน มันเป็นของคุณ แต่ถ้าคุณไม่เคยเข้าไปอยู่ในมัน คุณก็จะไม่รู้สึกถึงความอุ่นของมัน
ความขอบคุณคือกุญแจ ไม่ใช่ความพยายาม: เวลาผมรู้ว่าทุกอย่างที่ผมมีในพระคริสต์เป็นของขวัญ — ตัวตนใหม่ การให้อภัย ครอบครัว จุดประสงค์ — สิ่งที่เกิดขึ้นในใจผมไม่ใช่ความต้องการ "ทำให้คุ้ม" แต่เป็นความขอบคุณที่ล้นออกมา และความขอบคุณนี่แหละ ที่กลายเป็นแรงผลักดันให้ผมรับใช้ ให้ผมรัก ให้ผมดำเนินชีวิตตามทางของพระองค์
ความแตกต่างระหว่างคนสองคน: มีคนสองคนทำสิ่งเดียวกัน คนหนึ่งช่วยเหลือคนอื่นเพราะกลัวพระเจ้าจะไม่รับ อีกคนช่วยเหลือคนอื่นเพราะรู้ว่าพระเจ้ารับแล้ว ภายนอกดูเหมือนกัน แต่ภายในต่างกันคนละโลก คนแรกหมดแรง คนที่สองล้นออกมา คนแรกพยายามซื้อความรัก คนที่สองตอบสนองต่อความรักที่ได้รับฟรี
ผมอ่านเจอใน โรม 8:15-17 ว่า "ท่านไม่ได้รับวิญญาณซึ่งทำให้เป็นทาสซึ่งทำให้กลัวอีก แต่ได้รับพระวิญญาณซึ่งทรงให้เป็นบุตร โดยพระวิญญาณนั้นเราจึงร้องเรียกพระเจ้าว่า 'อับบา คือพระบิดา'...ถ้าเราเป็นบุตรแล้ว เราก็เป็นทายาท" คำว่า "อับบา" ในภาษาอาราเมอิก คือคำที่เด็กเล็กๆ ใช้เรียกพ่อ มันแปลว่า "ป๊า" — ใกล้ชิดและไม่กลัว นี่คือความสัมพันธ์ที่พระเจ้าอยากให้คุณมีกับพระองค์
วันนี้ ไม่ว่าคุณรู้สึกอย่างไร — คุณเป็นทายาท คุณมีมรดก และพระบิดาเรียกคุณว่า "ลูก" ไม่ใช่ "ลูกจ้าง"
สนองตอบถ้อยคำของพระเจ้า
หยุดพยายามได้รับสิ่งที่คุณมีอยู่แล้ว: ตอนเช้านี้ เมื่อคุณตื่นนอน ลองพูดดังๆ ว่า "ฉันเป็นลูกของพระเจ้า ไม่ใช่เพราะฉันทำอะไรได้ดี แต่เพราะพระองค์เลือกฉัน" ทำซ้ำทุกวันเป็นเวลา 30 วัน แล้วดูว่าจิตวิญญาณของคุณจะค่อยๆ พักจากการพยายามพิสูจน์ตัวเอง
จดบันทึกมรดกของคุณ: เปิดสมุดเล่มหนึ่ง แล้วเขียนรายการ "สิ่งที่พระเจ้าให้ฉันฟรี" — ตัวตนใหม่ การให้อภัย ครอบครัวฝ่ายวิญญาณ คำสัญญาในพระคัมภีร์ พระวิญญาณบริสุทธิ์ เมื่อคุณเห็นรายการนี้บนกระดาษ จิตใจคุณจะถูกเตือนว่าคุณรวยกว่าที่คุณรู้สึก
เข้าหาพี่น้องคนหนึ่งที่คุณไม่เคยคิดจะคบ: ในคริสตจักรของคุณ มีคนที่ต่างวัย ต่างอาชีพ ต่างฐานะกับคุณ สัปดาห์นี้ลองเดินไปหาเขา ชวนกินข้าว ถามเรื่องชีวิตเขา คุณจะค้นพบว่ามรดกอย่างหนึ่งของคุณ คือ "คน" ที่คุณไม่ได้เลือก แต่พระเจ้าให้
เปลี่ยนคำอธิษฐานจาก "ขอ" เป็น "ขอบคุณ": สัปดาห์นี้ ลองอธิษฐานโดยใช้คำว่า "ขอบคุณ" มากกว่าคำว่า "ขอ" 3 เท่า ขอบคุณที่ทรงรับฉัน ขอบคุณที่ทรงให้ตัวตนใหม่ ขอบคุณที่ฉันไม่ต้องวิ่งหามันอีกแล้ว ความขอบคุณจะปลดล็อกหัวใจที่เหนื่อยล้า
ตรวจสอบแรงจูงใจของคุณ: ก่อนทำอะไรสำหรับพระเจ้าในวันนี้ ถามตัวเองว่า "ฉันทำสิ่งนี้เพราะกลัวพระองค์ไม่รับ หรือเพราะรู้ว่าพระองค์รับแล้ว?" คำตอบที่สอง คือชีวิตที่ปล่อยให้มรดกของพระเจ้าทำงานในตัวคุณ
มีบางสิ่งที่คุณไม่มีวันได้รับด้วยการวิ่งหา และพระเจ้ารู้ดี พระองค์จึงไม่ขายมรดกของพระองค์ — พระองค์ให้ฟรี วันนี้ผมอยากเชื้อเชิญคุณให้ลองทำสิ่งหนึ่ง คือหยุดวิ่งสักครู่ และนั่งลงตรงที่คุณอยู่ มองดูทุกสิ่งที่พระเจ้าได้ใส่ไว้ในชีวิตคุณ — ลมหายใจ ครอบครัวฝ่ายวิญญาณ ตัวตนใหม่ในพระคริสต์ พระคำของพระองค์ที่คุณถืออยู่ในมือ — แล้วเอ่ยคำว่า "ขอบคุณ" สักหนึ่งครั้ง ผมเชื่อว่าเมื่อคุณทำเช่นนั้น คุณจะค้นพบว่าคุณรวยกว่าที่คุณเคยรู้สึกมานาน และความรวยอันนี้ ไม่มีใครเอาไปจากคุณได้ เพราะมันไม่ใช่ของที่คุณซื้อ — แต่เป็นของที่พระบิดามอบให้คุณในฐานะลูก และลูกคนนั้น...คือคุณ
คำสำคัญในบทความนี้
คำถามที่พบบ่อย
มรดกฝ่ายวิญญาณในพระคริสต์คืออะไร?+
ทำไมไม่ต้องทำงานเพื่อให้พระเจ้ารัก?+
จะอยู่อาศัยในมรดกของพระเจ้าอย่างไร?+
ครอบครัวฝ่ายวิญญาณสำคัญอย่างไร?+
