ThaiChurch.org
ฉบับ

กันดารวิถี 19

22 ข้อ · บทที่ 19 จาก 36

พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสและอาโรนว่า “ต่อไปนี้เป็นกฎของธรรมบัญญัติซึ่งพระยาห์เวห์ทรงบัญชาว่า จงบอกคนอิสราเอลให้นำโคตัวเมียสีแดงที่ไม่พิการและไม่มีตำหนิ ซึ่งยังไม่เคยเข้าเทียมแอกมา จงให้โคนั้นแก่เอเลอาซาร์ปุโรหิต และให้เอาโคนั้นไปนอกค่ายแล้วฆ่าต่อหน้าเขา เอเลอาซาร์ปุโรหิตจะเอานิ้วมือจุ่มเลือดโค แล้วพรมที่ข้างหน้าเต็นท์นัดพบเจ็ดครั้ง และให้เผาโคตัวเมียนั้นต่อหน้าเขา คือเผาทั้งหนัง เนื้อ และเลือด กับมูลของมัน และปุโรหิตจะเอาไม้สนสีดาร์ ไม้หุสบกับด้ายสีแดงโยนเข้าไปในไฟที่เผาโคตัวเมียนั้น แล้วปุโรหิตจะซักเสื้อตำแหน่งและชำระร่างกายของเขาในน้ำ หลังจากนั้นจึงเข้าไปในค่าย และปุโรหิตจะเป็นมลทินอยู่จนถึงเวลาเย็น คนที่เผาโคก็ต้องซักเสื้อผ้าและชำระร่างกายของเขาในน้ำ และเขาจะเป็นมลทินอยู่จนถึงเวลาเย็น ให้ผู้ชายที่สะอาดเก็บขี้เถ้าโคตัวเมีย และนำไปไว้ในที่สะอาดนอกค่าย ขี้เถ้านั้นจะเป็นเหมือนน้ำชำระมลทินสำหรับคนอิสราเอล คือการชำระบาป คนที่เก็บขี้เถ้าของโคตัวเมียต้องซักเสื้อผ้าของตน และเขาจะเป็นมลทินอยู่จนถึงเวลาเย็น นี่จะเป็นกฎถาวรสำหรับคนอิสราเอล และคนต่างด้าวผู้อาศัยอยู่ท่ามกลางเขาทั้งหลาย “ใครที่แตะต้องศพของผู้ใดก็ตามต้องเป็นมลทินอยู่เจ็ดวัน เขาต้องชำระตัวด้วยน้ำในวันที่สามและวันที่เจ็ด เขาจึงจะสะอาด แต่ถ้าเขาไม่ได้ชำระตัวในวันที่สามและวันที่เจ็ด เขาจะสะอาดไม่ได้ ทุกคนที่แตะต้องคนตาย คือร่างกายของคนที่ตายแล้ว และไม่ได้ชำระตัว คนนั้นก็ทำให้พลับพลาของพระยาห์เวห์เป็นมลทิน เขาต้องถูกตัดออกจากอิสราเอล เพราะไม่ได้เอาน้ำชำระมลทินพรมเขา เขาจะเป็นมลทิน และมลทินยังอยู่บนตัวเขา “ต่อไปนี้เป็นบัญญัติเรื่องคนตายในเต็นท์ ทุกคนที่เข้ามาในเต็นท์ หรือทุกคนที่อยู่ในเต็นท์จะเป็นมลทินไปเจ็ดวัน ภาชนะทุกชิ้นที่ไม่มีฝาปิดต้องเป็นมลทิน ทุกคนที่อยู่ในพื้นทุ่งซึ่งแตะต้องคนที่ตายด้วยดาบ หรือแตะต้องศพหรือกระดูกคน หรือหลุมศพจะเป็นมลทินไปเจ็ดวัน คนที่เป็นมลทินต้องเอาขี้เถ้าจากการเผาบูชาลบล้างบาป และเอาน้ำที่ไหลเติมเข้าไปในภาชนะ แล้วให้คนสะอาดเอากิ่งหุสบจุ่มน้ำนั้น แล้วประพรมที่เต็นท์ เครื่องใช้ทั้งหมด บนตัวคนทั้งหลายที่อยู่ที่นั่น และบนตัวคนที่แตะต้องกระดูกหรือคนถูกฆ่า หรือคนตายหรือหลุมศพ ให้คนที่สะอาดประพรมคนที่เป็นมลทินในวันที่สามและวันที่เจ็ด แล้วในวันที่เจ็ดเขาจะทำให้คนนั้นสะอาด และเขาต้องซักเสื้อผ้าและอาบน้ำ แล้วเขาจะสะอาดในเวลาเย็น “แต่คนที่เป็นมลทินและไม่ชำระตัว เขาต้องถูกตัดออกจากท่ามกลางที่ประชุม เพราะเขาทำให้สถานนมัสการของพระยาห์เวห์เป็นมลทิน คือไม่ได้เอาน้ำชำระมลทินประพรมเขา เขาจึงเป็นมลทิน ดังนั้นจึงเป็นกฎถาวรแก่พวกเขา ผู้ที่พรมน้ำชำระมลทินจะต้องซักเสื้อผ้าของตน และผู้ที่แตะต้องน้ำชำระมลทินจะเป็นมลทินจนถึงเวลาเย็น นอกจากนี้ทุกสิ่งที่ผู้เป็นมลทินแตะต้องนั้นก็จะเป็นมลทินด้วย และคนที่แตะต้องสิ่งนั้นจะเป็นมลทินจนถึงเวลาเย็น”

© Thailand Bible Society