ThaiChurch.org
ฉบับ

2 ซามูเอล 3

39 ข้อ · บทที่ 3 จาก 24

มีสงครามระหว่างฝ่ายของซาอูลกับฝ่ายของดาวิดอยู่นาน และดาวิดก็เข้มแข็งยิ่งขึ้น ส่วนฝ่ายของซาอูลก็อ่อนกำลังลงทุกที มีพระราชโอรสหลายองค์ของดาวิดประสูติที่เมืองเฮโบรน พระราชโอรสหัวปีคืออัมโนน โอรสพระนางอาหิโนอัมชาวยิสเรเอล องค์ที่สองคือคิเลอาบ โอรสพระนางอาบีกายิลภรรยาม่ายของนาบาลชาวคารเมล และองค์ที่สามคืออับซาโลม โอรสพระนางมาอาคาห์พระราชธิดาของทัลมัยกษัตริย์เมืองเกชูร์ องค์ที่สี่คืออาโดนียาห์ โอรสพระนางฮักกีท องค์ที่ห้าคือเชฟาทิยาห์ โอรสพระนางอาบีตัล และองค์ที่หกคืออิทเรอัม โอรสพระนางเอกลาห์พระมเหสีของดาวิด พระราชโอรสเหล่านี้ของดาวิดประสูติที่เมืองเฮโบรน ต่อมาเมื่อมีการต่อสู้ระหว่างฝ่ายของซาอูลกับฝ่ายของดาวิดนั้น อับเนอร์ได้ทำตัวให้มั่นคงขึ้นในฝ่ายของซาอูล ซาอูลนั้นมีนางสนมคนหนึ่งชื่อริสปาห์บุตรีของอัยยาห์ และอิชโบเชทจึงตรัสกับอับเนอร์ว่า “ทำไมท่านจึงเข้าหานางสนมของเสด็จพ่อของเรา” อับเนอร์ก็โกรธมากเพราะถ้อยคำของอิชโบเชท จึงทูลว่า “ข้าพระบาทเป็นหัวสุนัขของยูดาห์หรือ ทุกวันนี้ข้าพระบาทได้สำแดงความจงรักภักดีต่อพงศ์พันธุ์ของซาอูลเสด็จพ่อของฝ่าพระบาท และต่อพี่น้อง และต่อมิตรสหายของเสด็จพ่อของฝ่าพระบาท ไม่ได้มอบฝ่าพระบาทไว้ในมือของดาวิด วันนี้ฝ่าพระบาทยังกล่าวหาข้าพระบาทด้วยเรื่องผู้หญิงคนนี้ ขอพระเจ้าทรงลงโทษอับเนอร์และขอทรงเพิ่มโทษนั้น ถ้าข้าพระบาทจะไม่ทำเพื่อดาวิดดังที่พระยาห์เวห์ทรงปฏิญาณไว้ต่อท่านแล้ว คือข้าพระบาทจะย้ายราชอาณาจักรจากพงศ์พันธุ์ของซาอูล และสถาปนาบัลลังก์ของดาวิดเหนืออิสราเอลและเหนือยูดาห์ ตั้งแต่ดานถึงเบเออร์เชบา” และอิชโบเชทก็ไม่ทรงสามารถตอบกลับอับเนอร์แม้แต่คำเดียว เพราะพระองค์ทรงกลัวอับเนอร์ อับเนอร์ก็ส่งพวกผู้สื่อสารแทนตนไปยังดาวิดทูลว่า “แผ่นดินนี้เป็นของใคร” และทูลอีกว่า “ขอทรงทำพันธสัญญากับข้าพระบาท และดูเถิด มือของข้าพระบาทจะอยู่ฝ่ายฝ่าพระบาทเพื่อนำอิสราเอลทั้งสิ้นหันกลับมาอยู่ฝ่ายฝ่าพระบาท” ดาวิดตรัสว่า “ดีแล้ว เราจะทำพันธสัญญากับท่าน แต่เราขอจากท่านสักอย่างหนึ่งคือว่า ท่านอย่ามาพบเรา เว้นแต่ว่าท่านนำมีคาลราชธิดาของซาอูลมาด้วยเมื่อท่านมาพบเรา” แล้วดาวิดก็ส่งพวกผู้สื่อสารไปยังอิชโบเชทราชโอรสของซาอูลว่า “จงมอบมีคาลภรรยาของข้าพเจ้าแก่ข้าพเจ้า ผู้ซึ่งข้าพเจ้าหมั้นไว้ด้วยหนังปลายองคชาตของพวกฟีลิสเตียหนึ่งร้อยชิ้น” อิชโบเชทจึงทรงส่งคนไปพามีคาลมาจากสามีของเธอ คือปัลทีเอลบุตรชายของลาอิช แต่สามีของเธอก็เดินไปกับเธอ ร้องไห้ตามเธอไปจนถึงตำบลบาฮูริม แล้วอับเนอร์จึงบอกเขาว่า “จงกลับไป” และเขาก็กลับไป อับเนอร์จึงปรึกษากับพวกผู้ใหญ่ของอิสราเอลว่า “ก่อนหน้านี้พวกท่านปรารถนาให้ดาวิดเป็นกษัตริย์เหนือพวกท่าน บัดนี้จงทำดังนั้น เพราะพระยาห์เวห์ตรัสกับดาวิดว่า ‘เราจะช่วยกู้อิสราเอลประชากรของเราด้วยมือของดาวิดผู้รับใช้ของเรา จากมือของพวกฟีลิสเตีย และจากมือศัตรูทั้งสิ้นของพวกเขา’ ” อับเนอร์ก็พูดกับคนเบนยามินด้วย และอับเนอร์ก็ไปทูลดาวิด ที่เมืองเฮโบรนถึงทุกสิ่งที่อิสราเอลและพงศ์พันธุ์ทั้งสิ้นของเบนยามินเห็นดีที่จะทำ อับเนอร์จึงมาเฝ้าดาวิดที่เมืองเฮโบรนพร้อมกับคนอีก 20 คน ดาวิดทรงจัดการเลี้ยงอับเนอร์กับคนที่อยู่กับท่าน และอับเนอร์ทูลดาวิดว่า “ข้าพระบาทจะลุกขึ้นกลับไป และจะรวบรวมคนอิสราเอลทั้งสิ้นมายังพระราชาเจ้านายของข้าพระบาท เพื่อพวกเขาจะทำพันธสัญญากับฝ่าพระบาท และเพื่อฝ่าพระบาทจะทรงครอบครองทั้งหมดตามชอบพระทัยของฝ่าพระบาท” ดาวิดก็ทรงส่งอับเนอร์กลับไป และเขาก็ไปโดยสวัสดิภาพ ขณะนั้นทหารของดาวิดกับโยอาบกลับมาจากการไปปล้น และนำสิ่งของที่ยึดได้มากมายมาด้วย แต่อับเนอร์ไม่ได้อยู่กับดาวิดที่เฮโบรนแล้ว เพราะพระองค์ทรงส่งท่านกลับไป และท่านก็ไปโดยสวัสดิภาพ เมื่อโยอาบกับกองทัพทั้งสิ้นที่อยู่กับท่านมาถึง ก็มีคนบอกโยอาบว่า “อับเนอร์บุตรเนอร์มาเฝ้าพระราชา และพระองค์ทรงส่งเขากลับไป เขาก็กลับไปโดยสวัสดิภาพ” แล้วโยอาบเข้าไปเฝ้าพระราชาทูลว่า “ฝ่าพระบาททรงทำอะไร ดูเถิด อับเนอร์มาเฝ้าฝ่าพระบาท ทำไมฝ่าพระบาททรงส่งเขาไปอย่างนี้ เขาก็หนีไปแล้วจริงๆ ฝ่าพระบาททรงทราบแล้วว่าอับเนอร์บุตรเนอร์มาเพื่อล่อลวงฝ่าพระบาท และเพื่อทราบถึงการเสด็จเข้าออกของฝ่าพระบาท และเพื่อทราบทุกสิ่งทุกอย่างที่ฝ่าพระบาททรงทำ” เมื่อโยอาบออกมาจากการเข้าเฝ้าดาวิด จึงส่งพวกผู้สื่อสารไปตามอับเนอร์ พวกเขาก็นำท่านกลับมาจากที่ขังน้ำชื่อสีราห์ แต่ดาวิดไม่ทรงทราบ และเมื่ออับเนอร์กลับมาถึงเฮโบรนแล้ว โยอาบก็พาท่านหลบเข้าไปที่กลางประตูเมืองเพื่อจะพูดกับท่านตามลำพัง และโยอาบแทงท้องของท่านเสียที่นั่น ท่านก็ตาย โยอาบแก้แค้นโลหิตของอาสาเฮลน้องชายของตน ภายหลังเมื่อดาวิดทรงทราบเรื่องนี้ พระองค์ตรัสว่า “ตัวเราและราชอาณาจักรของเรา ปราศจากความผิดสืบไปเป็นนิตย์เฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ด้วยเรื่องโลหิตของอับเนอร์บุตรเนอร์ ขอให้โลหิตนั้นตกเหนือศีรษะของโยอาบ และเหนือพงศ์พันธุ์ทั้งสิ้นของบิดาเขา ขออย่าให้คนที่มีสิ่งไหลออก คนที่เป็นโรคเรื้อน คนพิการ คนที่ถูกประหารด้วยดาบ หรือคนขาดอาหาร ขาดจากพงศ์พันธุ์ของโยอาบ” ดังนี้โยอาบกับอาบีชัยน้องชายของเขาได้ฆ่าอับเนอร์ เพราะอับเนอร์ได้ฆ่าอาสาเฮลน้องชายของพวกเขาในการรบที่กิเบโอน แล้วดาวิดก็ตรัสกับโยอาบ และประชาชนทุกคนที่อยู่กับโยอาบว่า “จงฉีกเสื้อผ้าของพวกท่าน และเอาผ้ากระสอบคาดเอวไว้และจงไว้ทุกข์ให้อับเนอร์” และพระราชาดาวิดเสด็จตามโลงศพอับเนอร์ไป พวกเขาก็ฝังศพอับเนอร์ไว้ที่เฮโบรน และพระราชาทรงกันแสงเสียงดัง ณ ที่ฝังศพของอับเนอร์ และประชาชนทั้งปวงก็ร้องไห้ และพระราชาทรงคร่ำครวญด้วยเรื่องอับเนอร์ว่า “ควรหรือที่อับเนอร์จะตายอย่างคนเขลา มือของท่านก็ไม่ได้ถูกมัด เท้าของท่านก็ไม่ได้ติดตรวน ท่านล้มลง เหมือนอย่างคนล้มลงต่อหน้าคนชั่วร้าย” และประชาชนทั้งปวงก็ร้องไห้ถึงอับเนอร์อีก แล้วประชาชนทั้งปวงก็มาทูลให้ดาวิดเสวยอาหารเมื่อเวลายังวันอยู่ แต่ดาวิดทรงปฏิญาณว่า “ถ้าเราลิ้มรสขนมปังหรือสิ่งอื่นก่อนดวงอาทิตย์ตก ขอพระเจ้าทรงทำโทษเราและทรงเพิ่มโทษนั้น” ประชาชนทั้งปวงสังเกตเห็นเช่นนั้นก็พอใจ ดังที่ประชาชนพอใจทุกสิ่งที่พระราชาทรงทำ ประชาชนทั้งสิ้นและอิสราเอลทั้งปวงจึงรู้ในวันนั้นว่า พระราชาไม่มีส่วนในการฆ่าอับเนอร์บุตรเนอร์ พระราชาตรัสกับพวกมหาดเล็กของพระองค์ว่า “พวกท่านไม่ทราบหรือว่า วันนี้เจ้านายและคนที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งล้มลงในอิสราเอล แม้เราได้รับการเจิมเป็นกษัตริย์แล้ว เราก็อ่อนกำลังในวันนี้ ชายเหล่านี้ซึ่งเป็นบุตรของนางเศรุยาห์แข็งกร้าวเกินไปสำหรับเรา ขอพระยาห์เวห์ทรงตอบสนองผู้ทำชั่วตามความชั่วของเขาเถิด”

© Thailand Bible Society