ฉบับ
1 พงศ์กษัตริย์ 21
29 ข้อ · บทที่ 21 จาก 22
และต่อมาหลังจากเหตุการณ์เหล่านี้ นาโบทชาวยิสเรเอลมีสวนองุ่นอยู่ในยิสเรเอล ข้างพระราชวังของอาหับพระราชาแห่งสะมาเรีย อาหับตรัสกับนาโบทว่า “จงให้สวนองุ่นของเจ้าแก่เราเถิด เพื่อเราจะได้ทำสวนผัก เพราะอยู่ใกล้วังของเรา เราจะให้สวนองุ่นที่ดีกว่าเพื่อแลกสวนนี้ หรือถ้าเจ้าเห็นชอบ เราจะให้เงินสมกับราคาสวนนั้น” แต่นาโบททูลอาหับว่า “โดยพระยาห์เวห์ ขอให้เรื่องนี้ห่างจากข้าพระบาทเถิด คือที่จะยกมรดกของบรรพบุรุษให้แก่ฝ่าพระบาท” อาหับจึงเสด็จเข้าในวังด้วยอารมณ์ขุ่นมัวและกลัดกลุ้มยิ่งนัก ด้วยเรื่องที่นาโบทชาวยิสเรเอลทูลตอบพระองค์ เพราะเขาได้กล่าวว่า “ข้าพระบาทจะไม่ให้มรดกแห่งบรรพบุรุษของข้าพระบาทแก่ฝ่าพระบาท” และพระองค์ก็เอนพระกายลงบนพระแท่น เบือนพระพักตร์ ไม่เสวยอาหาร แต่เยเซเบลมเหสีของพระองค์เข้ามาเฝ้าพระองค์ ทูลถามพระองค์ว่า “ทำไมจิตใจของฝ่าพระบาทจึงกลัดกลุ้มจนไม่เสวยอาหาร” และพระองค์ตรัสตอบพระนางว่า “เพราะเราได้พูดกับนาโบทชาวยิสเรเอลว่า ‘จงขายสวนองุ่นของเจ้าให้เรา หรือมิฉะนั้นถ้าเจ้าพอใจ เราจะให้สวนองุ่นอีกแห่งหนึ่งแก่เจ้าเพื่อแลกกัน’ แต่เขาตอบว่า ‘ข้าพระบาทจะไม่ให้สวนองุ่นของข้าพระบาทแก่ฝ่าพระบาท’ ” และเยเซเบลมเหสีของพระองค์ทูลพระองค์ว่า “ฝ่าพระบาทเป็นผู้ครอบครองอิสราเอลอยู่หรือ เพคะ เชิญเสด็จลุกขึ้นเสวยอาหารเถิด และให้พระทัยของฝ่าพระบาทร่าเริง หม่อมฉันจะมอบสวนองุ่นของนาโบทชาวยิสเรเอลให้แก่ฝ่าพระบาทเอง” พระนางจึงทรงพระอักษรในพระนามของอาหับ ประทับตราของพระองค์ ส่งไปยังผู้ใหญ่และเจ้านายผู้อยู่ในเมืองกับนาโบท พระนางทรงพระอักษรว่า “จงประกาศให้ถืออดอาหาร และให้นาโบทนั่งในที่นั่งอันมีเกียรติท่ามกลางประชาชน และให้คนอันธพาลสองคนนั่งตรงข้ามกับเขา ให้ฟ้องเขาว่า ‘เจ้าได้แช่งพระเจ้าและพระราชา’ แล้วพาเขาออกไปและเอาหินขว้างเสียให้ตาย” และคนของเมืองนั้น คือผู้ใหญ่และเจ้านายผู้อาศัยอยู่ในเมืองนั้น ได้ทำตามที่เยเซเบลมีพระอักษรสั่งไปถึงพวกเขา ตามที่ปรากฏในลายพระหัตถ์ซึ่งพระนางทรงมีไปถึงพวกเขานั้น พวกเขาได้ประกาศให้ถืออดอาหาร และได้ให้นาโบทนั่งในที่นั่งอันมีเกียรติท่ามกลางประชาชน และคนอันธพาลสองคนนั้นก็เข้ามา นั่งอยู่ตรงข้ามกับเขา และคนถ่อยนั้นได้ฟ้องนาโบทต่อหน้าประชาชนกล่าวว่า “นาโบทได้แช่งพระเจ้าและพระราชา” เขาทั้งหลายจึงพานาโบทออกไปนอกเมือง และเอาหินขว้างเขาจนตาย แล้วพวกเขาก็ส่งข่าวไปทูลเยเซเบลว่า “นาโบทถูกหินขว้างตายแล้ว” พอเยเซเบลทรงได้ยินว่า นาโบทถูกหินขว้างตายแล้ว เยเซเบลจึงทูลอาหับว่า “ขอเชิญเสด็จไปยึดสวนของนาโบทชาวยิสเรเอล ซึ่งเขาได้ปฏิเสธไม่ขายแก่พระองค์ เพราะว่านาโบทไม่มีชีวิตอยู่ เขาตายแล้ว” และต่อมาพออาหับได้ยินว่านาโบทตายแล้ว อาหับก็ทรงลุกขึ้น ลงไปยังสวนองุ่นของนาโบทชาวยิสเรเอลเพื่อยึดถือเป็นกรรมสิทธิ์ แล้วพระวจนะของพระยาห์เวห์มาถึงเอลียาห์ชาวทิชบีว่า “จงลุกขึ้นไปพบอาหับพระราชาแห่งอิสราเอล ผู้อยู่ในกรุงสะมาเรีย ดูสิ เขาอยู่ในสวนของนาโบทที่เขาลงไปยึดเอาเป็นกรรมสิทธิ์ เจ้าจงพูดกับเขาว่า ‘พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า “เจ้าได้ฆ่าและได้ยึดถือเอาเป็นกรรมสิทธิ์ด้วยหรือ” ’ และเจ้าจงพูดกับเขาว่า ‘พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า “ในที่ที่สุนัขเลียโลหิตของนาโบท สุนัขจะเลียโลหิตของเจ้าด้วย” ’ ” อาหับตรัสกับเอลียาห์ว่า “โอ ศัตรูของเรา เจ้าพบเราเข้าแล้วหรือ” ท่านทูลตอบว่า “ข้าพระบาทพบฝ่าพระบาทเข้าแล้ว เพราะว่าฝ่าพระบาทยอมขายพระองค์เข้าทำสิ่งชั่วในสายพระเนตรพระยาห์เวห์ นี่แน่ะ เราจะนำเหตุร้ายมาเหนือเจ้า เราจะกวาดเจ้าออกไปเสียให้สิ้น และจะกำจัดผู้ชายทุกคนเสียจากอาหับในอิสราเอล ไม่ว่าทาสหรือไท และเราจะทำให้ราชวงศ์ของเจ้าเหมือนราชวงศ์ของเยโรโบอัมบุตรเนบัท และเหมือนราชวงศ์ของบาอาชาบุตรอาหิยาห์ เพราะเจ้าทำให้เราโกรธ และเพราะเจ้าทำให้อิสราเอลทำบาปด้วย และส่วนเยเซเบล พระยาห์เวห์ตรัสว่า ‘สุนัขจะกินเยเซเบลภายในเขตยิสเรเอล’ คนใดในวงศ์อาหับที่ตายในเมือง สุนัขจะกิน และคนใดในวงศ์ของเขาตายในทุ่งนา นกในอากาศจะกิน” ไม่มีใครได้ขายตนเอง เพื่อทำสิ่งชั่วในสายพระเนตรพระยาห์เวห์อย่างอาหับ ผู้ที่เยเซเบลมเหสีได้ยุยง พระองค์ทรงทำสิ่งที่น่าเกลียดชังยิ่งนัก คือดำเนินตามรูปเคารพ ตามธรรมเนียมทุกอย่างของคนอาโมไรต์ ผู้ที่พระยาห์เวห์ทรงเหวี่ยงออกไปให้พ้นหน้าคนอิสราเอล และต่อมาเมื่ออาหับทรงได้ยินพระวจนะเหล่านี้ พระองค์ก็ฉีกฉลองพระองค์ ทรงสวมผ้ากระสอบ ถืออดอาหาร บรรทมในผ้ากระสอบ และทรงดำเนินไปมาด้วยความสำนึกผิด และพระวจนะของพระยาห์เวห์มายังเอลียาห์ชาวทิชบีว่า “เจ้าได้เห็นอาหับถ่อมตัวลงต่อหน้าเราแล้วหรือ เพราะเขาได้ถ่อมตัวลงต่อเรา เราจะไม่นำเหตุร้ายมาในสมัยของเขา แต่เราจะนำเหตุร้ายมาเหนือราชวงศ์ของเขาในสมัยบุตรของเขา”
© Thailand Bible Society